เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่า "อากู๋" สนใจธุรกิจสิ่งพิมพ์จนถึงขนาดจัดตั้ง/ซื้อหัวหนังสือหลายเล่มไว้ในกำมือ แล้วข่าวคราวที่ว่าเขาสนใจจะซื้อธุรกิจหนังสือพิมพ์ ในแวดวงก็ได้ยินแว่ว ๆ มาเป็นปีแล้ว รวมทั้งที่ว่าจะซื้อบางกอกโพสต์ด้วย...
แล้วจู่ ๆ พอซื้อจริงกลับมีมติชนเข้ามาเป็นของแถมด้วย... แปลกไหม...
ถ้าคิดว่าความพยายามกินรวบครั้งนี้มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง นายกฯ ทักษิณให้ไฟเขียว เพื่อปิดปากฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ตน ทำไมต้องซื้อมติชนด้วย? เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเครือมติชนกับนายกทักษิณเป็นอย่างไรคนในวงการเขารู้กันทั่ว คนที่อธิบายเรื่องนี้ได้กระชับที่สุดคือเปลว สีเงิน ใช้ภาษาเขียนไม่กี่บรรทัดก็เห็นภาพแล้ว ว่าทั้งคู่กระหนุงกระหนิงกันแค่ไหน ถ้าเป็นหนุ่มสาวก็คงลักลอบได้เสียกันไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่กล้าถอดถุงยางก็เท่านั้นเอง : )
จุดยืนของหนังสือพิมพ์เขาวัดกันที่ "พาดหัวข่าว" โดยเฉพาะข่าวนำหรือข่าวหนึ่งที่ใช้ฟ้อนท์ใหญ่สุดที่เรียกว่า "พาดหัวไม้" นั่นละ ถัดจากนั้นก็เป็นคอลัมภ์หลักของแต่ละฉบับ สุดแท้แต่ว่าใครจะเขียนอาจเป็นบทบรรณาธิการหรือคอลัมนิสต์อาวุโสคนใดก็ได้
ทุกเช้าเมื่อนักข่าวมาถึงพื้นที่ทำงานของตน (ส่วนใหญ่คือหน่วยงานราชการต่าง ๆ ) เขาจะอ่านหนังสือพิมพ์ต่างจากคนทั่วไป สิ่งที่นักข่าว "อ่านข่าว" ในหนังสือพิมพ์คือพาดหัวนะครับ ไอ้แค่ไม่กี่คำไม่กี่บรรทัดนี่ละ มันซ้อนความหมายไว้มากมาย
ถ้าถามว่าระหว่างมติชน-โพสต์ ใครคือผู้กล้าที่ออกมาตรวจสอบรัฐบาลคณะนี้อย่างจริงจัง (ไม่พูดถึงจรรยาบรรณนะครับ) คงต้องบอกว่าเป็นบางกอกโพสต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวด้านความมั่นคงในสามจังหวัดภาคใต้ ที่ทักษิณหงุดหงิดเป็นนักหนา จนต้องเอ่ยชื่อนักข่าวของสำนักออกอากาศหลายครั้ง ที่สำคัญเป็นน.ส.พ.อังกฤษ สำนักข่าวทั่วโลกจะอ้างอิงข่าวจากเมืองไทย ก็สะดวกที่จะหยิบบางกอกโพสต์ไปโค้ด นี่ละศัตรูตัวสำคัญของฯพณฯที่ต้องการจะ "โก อินเตอร์"
ส่วนน.ส.พ.มติชน (ขอเฉพาะฉบับนี้ซึ่งเป็น icon ของบริษัท) นั้น ออกอาการวืดวาดมานานแล้วละครับ คนไหนที่ "อ่านหนังสือแตก" ลองอ่านบทความหน้าสามดูก็จะรู้ แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นเชียร์กันออกนอกหน้าว่า "ท่านคือนายกฯที่ดีที่สุด" แต่มันก็แฝงเร้นนัยยะบางอย่าง แถมประสมกับพาดหัวข่าวบางวันอ่านแล้วก็ต้องอมยิ้ม ^-^ ก็แหม... มันขี่ม้าเลียบค่ายไม่จู่โจมเสียที ทั้งที่ตัวเองก็มีอาวุธเต็มมือ เรื่องอย่างนี้อธิบายด้วยตัวอักษรลำบาก... อิอิ
อาจมีคนเถียงว่านายกฯยังเคยด่ามติชนเลยนี่ เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยากครับ เหมือนนักมวยที่ล้มมวยนั่นละ ใครเขาขึ้นเวทีแล้วเปิดหน้าให้ชกเลยบ้าง มันก็ต้อง performance กันหน่อย เปิดหน้าให้เขาชกบ้าง ชกเขากลับบ้าง ปัดป้องบ้าง ออกลูกขึงขังบ้าง ให้คนดูเห็นว่าทั้งสองฝ่าย "ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด" สมกับจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ แต่ผลสุดท้าย... กีฬาก็ต้องมีแพ้มีชนะ อิอิ (อ้อ มวยมีเสมอด้วยนี่ ยิ่งสนุกใหญ่ ออกได้ตั้งสามหน้า) ขออนุญาตใช้อุปมานะครับ อธิบายง่าย ๆ ให้ไปเทียบเคียงกันเอาเอง
และมติชนเป็นสื่อสารมวลชนที่ "โลคัล" ก็ใครหน้าไหนจะอ่านภาษาไทยออกถ้าไม่ใช่คนไทย ตลาดจึงอยู่แค่ในประเทศนี้เท่านั้น แล้วท่านทักษิณจะกลัวอะไร ในเมื่อท่านควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือได้หมดแล้ว รัฐบาลนี้เก่งงานประชาสัมพันธ์และการตลาดอย่างดียิ่ง สามารถบริหารจัดการสื่อเพื่อมาคานกันได้สบาย ๆ
ถ้าเป็นอากู๋ต้องเลือกระหว่างสองบริษัทนี้จะเลือกใครละ โดยธรรมชาติของอากู๋แล้วท่านรับประทานแต่ "ของตาย" มิใช่หรือ ธุรกิจส่วนใหญ่ก็อยู่ในเมืองไทยนี่ละ หากจะซื้อน.ส.พ.เพื่อมาต่อยอด/สร้างเครือข่ายธุรกิจ ก็ชอบแล้วที่จะซื้อมติชน จะเอาบางกอกโพสต์หัวฝรั่งมาทำไม ถ้าอากู๋อยาก "โก อินเตอร์" จริง คงจะไม่ต้องเสียเพชรเม็ดงามอย่างน้องทาทา ยัง ไปหรอกครับ ^-^
ในแวดวงนักข่าววิเคราะห์กันแล้วว่า มติชนเป็นเพียง "เป้าหลอก" เท่านั้น ของจริงอยู่ที่โพสต์ตะหาก ซึ่งก็เห็นจะจริง เพราะในการนำเสนอดูจะให้น้ำหนักมติชนมากกว่าโพสต์อย่างเห็นได้ชัด เช่น
ตอนนี้กระแสต้านอากู๋จึงมุ่งไปที่การฮุบมติชน ซึ่งหุ้นของเครือนี้ก็ขึ้นเอา ๆ เวลานี้แค่อากู๋ขายหุ้นคือก็ได้กำไรสบายกระเป๋าไปแล้วไม่รู้กี่ล้าน แล้วอ้างว่าเป็นสปิริตของตนที่เมื่อเจอคนต้านก็ต้องถอย
จับเสือมือเปล่าจริง ๆ
(หมายเหตุ : ตอนนี้สถานการณ์ร้อน entry หน้าจะว่าด้วย "เมืองไทยรายวัน" และ "สนธิ ลิ้มทองกุล)
edit @ 2005/09/16 10:13:25
แล้วจู่ ๆ พอซื้อจริงกลับมีมติชนเข้ามาเป็นของแถมด้วย... แปลกไหม...
ถ้าคิดว่าความพยายามกินรวบครั้งนี้มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง นายกฯ ทักษิณให้ไฟเขียว เพื่อปิดปากฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ตน ทำไมต้องซื้อมติชนด้วย? เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเครือมติชนกับนายกทักษิณเป็นอย่างไรคนในวงการเขารู้กันทั่ว คนที่อธิบายเรื่องนี้ได้กระชับที่สุดคือเปลว สีเงิน ใช้ภาษาเขียนไม่กี่บรรทัดก็เห็นภาพแล้ว ว่าทั้งคู่กระหนุงกระหนิงกันแค่ไหน ถ้าเป็นหนุ่มสาวก็คงลักลอบได้เสียกันไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่กล้าถอดถุงยางก็เท่านั้นเอง : )
จุดยืนของหนังสือพิมพ์เขาวัดกันที่ "พาดหัวข่าว" โดยเฉพาะข่าวนำหรือข่าวหนึ่งที่ใช้ฟ้อนท์ใหญ่สุดที่เรียกว่า "พาดหัวไม้" นั่นละ ถัดจากนั้นก็เป็นคอลัมภ์หลักของแต่ละฉบับ สุดแท้แต่ว่าใครจะเขียนอาจเป็นบทบรรณาธิการหรือคอลัมนิสต์อาวุโสคนใดก็ได้
ทุกเช้าเมื่อนักข่าวมาถึงพื้นที่ทำงานของตน (ส่วนใหญ่คือหน่วยงานราชการต่าง ๆ ) เขาจะอ่านหนังสือพิมพ์ต่างจากคนทั่วไป สิ่งที่นักข่าว "อ่านข่าว" ในหนังสือพิมพ์คือพาดหัวนะครับ ไอ้แค่ไม่กี่คำไม่กี่บรรทัดนี่ละ มันซ้อนความหมายไว้มากมาย
ถ้าถามว่าระหว่างมติชน-โพสต์ ใครคือผู้กล้าที่ออกมาตรวจสอบรัฐบาลคณะนี้อย่างจริงจัง (ไม่พูดถึงจรรยาบรรณนะครับ) คงต้องบอกว่าเป็นบางกอกโพสต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวด้านความมั่นคงในสามจังหวัดภาคใต้ ที่ทักษิณหงุดหงิดเป็นนักหนา จนต้องเอ่ยชื่อนักข่าวของสำนักออกอากาศหลายครั้ง ที่สำคัญเป็นน.ส.พ.อังกฤษ สำนักข่าวทั่วโลกจะอ้างอิงข่าวจากเมืองไทย ก็สะดวกที่จะหยิบบางกอกโพสต์ไปโค้ด นี่ละศัตรูตัวสำคัญของฯพณฯที่ต้องการจะ "โก อินเตอร์"
ส่วนน.ส.พ.มติชน (ขอเฉพาะฉบับนี้ซึ่งเป็น icon ของบริษัท) นั้น ออกอาการวืดวาดมานานแล้วละครับ คนไหนที่ "อ่านหนังสือแตก" ลองอ่านบทความหน้าสามดูก็จะรู้ แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นเชียร์กันออกนอกหน้าว่า "ท่านคือนายกฯที่ดีที่สุด" แต่มันก็แฝงเร้นนัยยะบางอย่าง แถมประสมกับพาดหัวข่าวบางวันอ่านแล้วก็ต้องอมยิ้ม ^-^ ก็แหม... มันขี่ม้าเลียบค่ายไม่จู่โจมเสียที ทั้งที่ตัวเองก็มีอาวุธเต็มมือ เรื่องอย่างนี้อธิบายด้วยตัวอักษรลำบาก... อิอิ
อาจมีคนเถียงว่านายกฯยังเคยด่ามติชนเลยนี่ เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยากครับ เหมือนนักมวยที่ล้มมวยนั่นละ ใครเขาขึ้นเวทีแล้วเปิดหน้าให้ชกเลยบ้าง มันก็ต้อง performance กันหน่อย เปิดหน้าให้เขาชกบ้าง ชกเขากลับบ้าง ปัดป้องบ้าง ออกลูกขึงขังบ้าง ให้คนดูเห็นว่าทั้งสองฝ่าย "ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด" สมกับจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ แต่ผลสุดท้าย... กีฬาก็ต้องมีแพ้มีชนะ อิอิ (อ้อ มวยมีเสมอด้วยนี่ ยิ่งสนุกใหญ่ ออกได้ตั้งสามหน้า) ขออนุญาตใช้อุปมานะครับ อธิบายง่าย ๆ ให้ไปเทียบเคียงกันเอาเอง
และมติชนเป็นสื่อสารมวลชนที่ "โลคัล" ก็ใครหน้าไหนจะอ่านภาษาไทยออกถ้าไม่ใช่คนไทย ตลาดจึงอยู่แค่ในประเทศนี้เท่านั้น แล้วท่านทักษิณจะกลัวอะไร ในเมื่อท่านควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือได้หมดแล้ว รัฐบาลนี้เก่งงานประชาสัมพันธ์และการตลาดอย่างดียิ่ง สามารถบริหารจัดการสื่อเพื่อมาคานกันได้สบาย ๆ
ถ้าเป็นอากู๋ต้องเลือกระหว่างสองบริษัทนี้จะเลือกใครละ โดยธรรมชาติของอากู๋แล้วท่านรับประทานแต่ "ของตาย" มิใช่หรือ ธุรกิจส่วนใหญ่ก็อยู่ในเมืองไทยนี่ละ หากจะซื้อน.ส.พ.เพื่อมาต่อยอด/สร้างเครือข่ายธุรกิจ ก็ชอบแล้วที่จะซื้อมติชน จะเอาบางกอกโพสต์หัวฝรั่งมาทำไม ถ้าอากู๋อยาก "โก อินเตอร์" จริง คงจะไม่ต้องเสียเพชรเม็ดงามอย่างน้องทาทา ยัง ไปหรอกครับ ^-^
ในแวดวงนักข่าววิเคราะห์กันแล้วว่า มติชนเป็นเพียง "เป้าหลอก" เท่านั้น ของจริงอยู่ที่โพสต์ตะหาก ซึ่งก็เห็นจะจริง เพราะในการนำเสนอดูจะให้น้ำหนักมติชนมากกว่าโพสต์อย่างเห็นได้ชัด เช่น
ตอนนี้กระแสต้านอากู๋จึงมุ่งไปที่การฮุบมติชน ซึ่งหุ้นของเครือนี้ก็ขึ้นเอา ๆ เวลานี้แค่อากู๋ขายหุ้นคือก็ได้กำไรสบายกระเป๋าไปแล้วไม่รู้กี่ล้าน แล้วอ้างว่าเป็นสปิริตของตนที่เมื่อเจอคนต้านก็ต้องถอย
จับเสือมือเปล่าจริง ๆ
(หมายเหตุ : ตอนนี้สถานการณ์ร้อน entry หน้าจะว่าด้วย "เมืองไทยรายวัน" และ "สนธิ ลิ้มทองกุล)
edit @ 2005/09/16 10:13:25