2005/Sep/17

เรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้อยู่ในใจมานานแล้ว ก่อนที่ "เมืองไทยรายวัน" จะถูกปลดจากผังรายการของช่อง 9 ด้วยว่าแม้ผมจะเป็นคนหนึ่งที่เกลียดทักษิณ เฝ้าคอยดูว่าเมื่อไหร่หนาคนผู้นี้จะหมดสิ้นอำนาจวาสนา/ปิดฉากตัวเองลงเสียที แต่ก็ไม่อาจเห็นด้วยกับบทบาทของ "สนธิ ลิ้มทองกุล" หรือ "เซี่ยงเส้าหลง" (เชื่อว่าคือคนเดียวกัน) เจ้าของของน.ส.พ.ผู้จัดการ ที่กำลัง perform ขณะนี้ เอาละมาลำดับความกัน...

*****

ก่อนหน้านี้ หากเรานึกถึงบุคคลสาธารณะที่ปะยี่ห้อว่า loyalist ในบ้านเรา ย่อมหนีไม่พ้นชื่อของ สมัคร สุนทรเวช, ธงทอง จันทรางศุ, มีชัย ฤชุพันธ์, สุมเธ ตันติเวชกุล ฯลฯ หรือไม่ก็กลุ่มมวลชนที่ขนานนามตนว่า "อภิรักษ์จักรี" คงไม่มีใครคิดถึงชื่อเจ้าของธุรกิจสื่อมวลชน "สนธิ ลิ้มทองกุล" (ฐานะปัจเจก) หรือ "ผู้จัดการ" (ฐานะองค์กร) เลยแม้แต่น้อย ทว่า ขวบปีที่ผ่านมาชื่อของเขาใน category นี้ กลับพรุ่งแรงแซงหน้าหลายคน (อย่างน้อยก็ที่เอ่ยถึงข้างต้น) จนอาจจะเรียกได้ว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (spacialist) เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์คนหนึ่ง เพราะได้รับเครดิจจากสถาบันวิชาการชั้นเอกอย่างธรรมศาสตร์ ให้ไปเสวนาในเรื่องนี้ คนที่ติดตามอ่านผู้จัดการมาตลอดคงจะทึ่งว่าคนอะไรช่าง "อมภูมิ" ได้เก่งกาจ ไม่ให้คนอื่นระแคะระคายบ้างเลยว่าเขาก็เทียบเท่าสมัคร, ธงทอง, มีชัย ฯลฯ สามารถให้รางวัล rookie of the year ได้อย่างไม่ขัดเขิน

ภายหลังจากรายการของตัวเองถูกปลด เขาแถลงข่าวในชุดเสื้อสีเหลืองมีสกรีน "เราจะสู้เพื่อในหลวง" กลางหน้าอก บอกนัยยะแจ่มชัดว่าการปลดรายการออกจากผังมาจากเรื่องที่เขาปกป้องสถาบันฯ จากการล่วงละเมิดของผู้นำทางการเมืองในปัจจุบันนี้ มิมาจากเหตุที่เขาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานหรือความชอบธรรมของรัฐบาลทักษิณแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไร้ความจริงใจในการปราบปรามช่อราษฎร์บังหลวง ล้มเหลวแก้ปัญหาใต้ ทุจริตซีทีเอ็กซ์ โกงกล้ายาง ฯลฯ

เขาหาญกล้ามาจากไหน... คนอย่างสมัคร สนุทรเวช ยังไม่กล้าถึงขนาดนี้เลย บรรดา loyalist หน้าเก่าทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง "อภิรักษ์จักรี" ที่มักจะกระตือรือล้นในบทบาทนี้เป็นพิเศษ ถึงปล่อยให้สำนัก "ผู้จัดการ" แย่งซีนตัดหน้าไปได้

หากย้อนอดีตไปสัก 6-7 ปีที่แล้ว (ช่วงก่อนและช่วงต้น ๆ ที่ไทยรักไทยถือกำเนิด) สมัยที่การเมืองยังต่อสู้ระหว่างขั้วประชาธิปัตย์นำโดย "ชวน หลีกภัย" กับขั้วความหวังใหม่นำโดย "ชวลิต ยงใจยุทธ" รู้กันดีว่าสนธิเป็นฝ่ายที่ไม่เลือกข้าง ปชป. อย่างแจ่มชัด จะวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาเศรษฐของ "ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์" อย่างสม่ำเสมอ ร่วมทั้งเย้ยหยันพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีสภาพเป็นแค่ "สำนักกฎหมายประชาธิปัตย์" เท่านั้น หาได้มีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นพรรคการเมืองไม่ สู้ไทยรักไทยที่นำโดยทักษิณ (ในเวลานั้น) ไม่ได้

ประเด็นหนึ่งที่สนธิ/เซี่ยงเส้าหลงหยิบเลือกมาโจมตีประชาธิปัตย์เสมอคือ พรรคการเมืองนี้มีสันดานชอบใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น โดยเฉพาะชอบอ้างสถาบันฯ มากล่าวหาคู่แข่งของตนว่า "หมิ่นสถาบัน" อยู่เนื่อง ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดในการบริหารประเทศของตนเอง แถมยังโยงไปถึงตำนานการเมือง ที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จ้างคนไปตะโกนในโรงหนังว่า "ปรีดี ฆ่าในหลวง" ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่สนธิ/เซี่งเส้าหลงนำข่าวลือคลาสสิกนี้มาใช้กล่าวหา ปชป. อยู่เนื่อง ๆ แม้แต่ช่วงต้นของรัฐบาลทักษิณ สนธิ/เซี่ยงเส้าหลงยังตอกย้ำว่า ปชป. คงสันดานเช่นนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แม้ว่าการเมืองจะเปลี่ยนไปมากแล้วก็ตาม

ประเด็นที่ผมต้องการจะบ่งชี้ มิใช่เรื่องของการ "พิสูจน์ความจริง" ว่าเกิดการละเมิดสถาบันฯ ขึ้นหรือไม่ ...ไม่ใช่จะมาหาข้อเท็จจริงว่าประชาธิปัตย์มีนิสัยเช่นนั้นหรือไม่... ...สิ่งที่ประชาธิปัตย์ชอบกล่าวหาศัตรูทางการเมืองของตนว่าหมิ่นฯ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ (ไม่ใช่แค่ป้ายสีทางการเมือง)... และในปัจจุบัน ผมไม่ได้ต้องการพิสูจน์ความจริงที่สนธิพร่ำบอกว่า ...มีการละเมิดพระราชอำนาจจริงหรือไม่(จนเขาต้องออกมาสู้เพื่อในหลวง)... ...หรือว่าสิ่งที่สนธิกล่าวหาเป็นจริงหรือเป็นเรื่องเรื่องป้ายสีทางการเมือง... เพราะคนที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ไม่ใช่เรา แต่เป็นตำรวจ... ปล่อยเป็นหน้าที่ของเขา

แต่ ณ เวลานี้ความจริงหนึ่งปรากฎชัดว่า แท้จริงแล้ว...วาทะโวหาร "หมิ่นสถาบันฯ" จัดเป็นเครื่องมือทางการเมืองชนิดหนึ่ง สำหรับใช้ฟาดฟันฝ่ายตรงข้าม (ทางการเมือง) ดังนั้น กรณีความขัดแย้งเรื่องนี้จึงเป็น "การเมืองของการอ้างอิง" เท่านั้น

เห็นได้จากคำชี้แจงช่อง 9 (มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง?)ในการถอดรายการ (มีธงทองร่วมแถลงอยู่ด้วย) ว่า :

รายการเมืองไทยรายสัปดาห์กล่าวอ้างถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสถาบันพระมหากษัตริย์บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2548 นายสนธิกล่าวถึงการแต่งตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราช ว่าเป็นการละเมิดหรือขัดพระราชอำนาจ ทั้งยังนำบทความซึ่งไม่ปรากฏชื่อผู้เขียนเรื่อง "พ่อของแผ่นดิน" มาอ่านในรายการ มีเนื้อความบางช่วงพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนได้... (อสมท.) ...รับการยืนยันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือสำนักราชเลขาธิการ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมอบหมายให้นายสนธิ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใด ไปกล่าวอ้างถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยปริยายแต่ประการใดทั้งสิ้น
สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะและเทิดทูนของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า

การกล่าวอ้างพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ พึงกระทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในฐานะที่จะชี้แจงหรือตอบโต้ความเข้าใจผิด ได้ในทุกกรณี บมจ.อสมท ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนและในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของประชาชนชาวไทย จึงสำนึกว่าเป็นหน้าที่ของ บมจ.อสมท ที่จะต้องตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ หลังจากพิจารณาแล้วจึงขอระงับสัญญาเช่าเวลาเพื่อจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์

ขณะที่สนธิก็อ้างสถาบันเช่นกันว่า :

การนำบทความซึ่งไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน เรื่องพ่อของแผ่นดิน มาอ่านในรายการผิดตรงไหน และการที่ตนกล่าวอ้างอิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ทำไปในฐานะข้าแผ่นดิน เหมือนนายประมวล รุจนเสรี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย ที่เขียนหนังสือ "พระราชอำนาจ" ก็ทำในฐานะคนรักแผ่นดินเช่นกัน

(อ่านแบบละเอียด)

ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่า ตนมีความชอบธรรมในการปกป้องสถาบันฯ เหมือนกัน แล้วอันไหนมันของจริงกันแน่ละ... ใครมันถูกมันผิดกันแน่ละ... หรือว่าไม่จริงทั้งสองฝ่าย??? เพราะถ้าฝ่ายไหนผิดหรือผิดทั้งสองฝ่าย ตำรวจสันติบาลคงไม่ปล่อยเอาไว้แน่ ลองนึกย้อนไปถึงก่อนการเลือกตั้งเมื่อต้นปีดูซิ กรณีสติ๊กเกอร์ของปชป. ซึ่งคุณหญิงกัลยาต้องตกเป็นผู้ต้องหา (^-^) ถ้าทั้งสองฝ่ายตั้งโต๊ะแถลงกล่าวหาตอบโต้กันใหญ่โต ถึงขั้น "ทำให้เข้าใจสถาบันพระมหากษัตริย์ผิด" แต่ตำรวจกลับไม่รีบจับกุมไม่ดำเนินคดีใด ๆ เลย กรณีของสติ๊กเกอร์กับคุณหญิงกัลยาจึงถือว่าเป็น "ตลกร้าย" ทางการเมืองทีเดียว

ก็เพราะว่าเป็นเพียงโวหารที่ใช้เป็น "เครื่องมือทางการเมือง" เท่านั้น เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจึงทำตัวบอดใบ้ไปเสีย ก็เท่านั้น...

เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว ในยุค "หลงระเริง" กับกระแส Globalization มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า "โลกานุวัตร" เขียนโดย "สนธิ ลิ้มทองกุล" แต่หลังจากพิษภัยเศรษฐกิจที่มาจากกระแสโลกานุวัตร จนเครือผู้จัดการแทบเอาตัวไม่รอด สนธิก็พลิกบทบาทกลับมา take side เทิดทูนเชิดชูภูมิปัญญาท้องถิ่น คลั่งไคล้ความเป็นตะวันออก พร้อมกับวิพากษ์โลกานุวัตรอย่างรุนแรง ไม่ต่างจากเรื่องนี้ ที่แต่ก่อนเคยกล่าวหา ปชป. ไว้ แต่สุดท้ายก็เอาสิ่งที่ตัวเองประนามหยามเหยียดเขา มาใช้เป็นเครื่องมือเสียเอง

ถ้าสันดานพวกประชาธิปัตย์เป็นเช่นที่กล่าวหาจริง เวลานี้คงได้แต่นั่งหัวร่ออยู่ในใจว่า เอ...ดีไม่เปลืองแรงเรา ก็ "ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง" ... : )

หมายเหตุ : แนะนำให้อ่าน บทวิจารณ์หนังสือเรื่อง "พระราชอำนาจ"


edit @ 2005/09/19 16:14:55


edit @ 2005/09/24 21:18:37
edit @ 2005/09/25 16:40:45
edit @ 2005/09/25 17:00:28
edit @ 2005/10/20 16:21:54
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ถ้าไม่ใสนธิ ป่านนี้ประเทศไทยคงล้มจม
ขอให้มีการปราศัย รับความคิดเห็นของประชาชน
#52  by  banana (61.19.149.146) At 2006-02-06 16:01, 
l love sothi
#53  by  banana (61.19.149.146) At 2006-02-06 16:03, 
#54  by  นานา (202.129.48.180 /192.168.2.38) At 2006-02-07 14:03, 
ชีวิตใครชีวิตมันอยู่แล้วแต่จะทำอะไรก็นึกถึงใจเขาใจเราบ้าง
#55  by  นานา (202.129.48.180 /192.168.2.38) At 2006-02-07 14:05, 
ไม่รู้ว่าทำไมผู้ใหญ่ทั้งหัวหงอกหัวดำถึงต้องมาทะเลาะกันตอนนี้ด้วย มีปัญหาอื่นอีกมากมายที่รอการแก้ไขอยู่แทนที่จะระดมสมองของคนที่ปากบอกว่ารักชาติ ๆ ทั้งหลายมาช่วยกันคิดหาทางแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวใต้ไม่ดีกว่าเหรอบรรดาผู้กู้ชาติ(แต่ปาก)ทั้งหลายดีกว่าจะมาทะเลาะกันนะคะ
#56  by  เจ๊าะแจ๊ะ (202.29.20.152 /192.168.3.134) At 2006-02-10 11:24, 
คุณสนธิทำถูกต้องทุกประการแล้วคับผม
#57  by  191 (203.170.234.8 /172.29.7.21) At 2006-02-11 22:18, 
สนธิทำเกินไปทะเลาะกับทักษินแต่ไปยืมมือในหลวงมาเล่นงานแทน ลงอีกทีทักษินก็จะได้อีกน่ะ หากเขาลงอีก เข้าข่ายดูถูก ในหลวงเลยนะเนี่ย ทำไรรู้จักฟ้ารู้จักแผ่นดินบ้างนะ ไอน้อง
#58  by  jacop (202.28.245.142) At 2006-02-16 19:49, 
สนธิ ทะเลาะกันกับทักษินน่าจะมีทางจัดการที่ดีกว่านี้ได้อ่ะ แต่ ไปหมิ่นเบื้องสูง เป็นรัฐบาลยุคอื่นโดนตัดหัวเจ็ดชั่วโครต พร้อมเพื่อนไปแล้วนาเนี่ย ดีนะเป็นยุคนี้ไครอยากทำอะไรก็ทำ เป็นนักการเมือง ไม่รู้จักทำงานเพื่อประเทศชาติเลยนะ บันยะบันยังหน่อยนะ ไอเด้กคี่ฟ้อง
#59  by  ty (202.29.60.38) At 2006-02-16 20:09, 
บ้านเมืองที่กำลังจะพังเพราะกลุ่มคนบางกลุ่มอ้างว่าเป็นกลุ่มกู้ชาติที่แท้จริงแล้วกำลังทำลายชาติ บ้านเมือง และระบอบประชาธิปไตยที่กำลังนำมาบังหน้าพยายามที่จะหาแนวร่วมทั้งนักศึกษาได้ไม่กี่คนก็อ้างเอาสถาบันมาอ้างเพื่อจะได้ดูว่ายิ่งใหญ่พวกนักข่าวที่ยากจะขายข่าว(ขายชาติด้วย)ก็ช่วยกันประโคมข่าวให้มีน้ำหนักจนลืมนึกถึงความจริงว่าประชากรไทยมี63ล้านคนแต่มีกลุ่มคนแค่อย่างมากให้แสนคนอ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชนทั้งประเทศขับไล่นายกที่มาจากการเลือกตั้งลองไปถามคนต่างจังหวัดดูซิว่า เขาต้องการใครเป็นนายก...
มีแต่บางกลุ่มเท่านั้นในกรุงเทพที่พยายามทำลายความสงบสุขของบ้านเมืองโดยอ้างประชาธิปไตยมาบังหน้า
พวกนักวิชาการก็ดีแต่พูด ๆมีปากไว้พูดแน่จริงไปพูดกล่อมโจรภาคใต้จะดีกว่า
#60  by  Jmaam (61.47.96.23) At 2006-02-23 16:21, 
เร็วเข้าเราคนโง่ ผู้ไม่มีจุดยืน เราจงไปรวมตัวกันที่สนามหลวง ในวันที่26นี้เถิด
และหลังจากนั้นเมื่อไอ้หน้าเหลี่ยมขี้โกงหลุดจากตำแหน่ง เราก็จะได้ความสะใจมาพร้อมกับการไม่มีอะไรจะแดกกัน ศีลธรรมเฮ็งซวยของคุณสนธิกำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับเรา และอีกหลายครอบครัวที่จะมีบ้านอยู่แหล่หรือไม่มีแหล่ คุณสุขสบายมากนิ วันๆก็คอยสร้างภาพให้กับพวกหัวอ่อนเชื่อคนง่าย คุณคิดถึงสิ่งที่ตามมาสำหรับคนจนๆอย่างเราหรือเปล่า
คุณจงจำไว้เถิดว่ากรรมน่ะมีจริง คุณเป็นทำมัน มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่จะเกิดผลร้ายในการกระทำอันอยากดังของคุณ (ไอ้พวกที่อยากเห็นความถูกต้องแต่ไม่รู้จักดูตัวเอง)
#61  by  คนจนที่กำลังเดือดร้อน (58.8.37.186) At 2006-02-25 19:09, 
อย่าอ้างว่าทำเพื่อประชาชน เพราะดิฉันก็คือประชาชนคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคุณสนธิ เพราะท่านสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างแสนสาหัส บอกคนอื่นใช้อำนาจในทางมิชอบ แต่ท่านนำกฏหมู่มาใช้ ใครกันแน่ที่เป็นทำลายชาติ
#62  by  คนไม่เห็นด้วยกับสินธิ (203.118.110.104) At 2006-02-25 20:44, 
กวนบ้านกวนเมืองอยู่ได่ มีความเป็นคนอยู่ป่าว ทำเรื่องเล็กเท่ามดเป็นเรื่องใหญ่ อิฉาจนายยกกะ น่าไม่อาย
คนโง่เท่านั้นทำเรื่องแบบนี้
แล้วเสื้อสีเหลืองของพี่แกนะ(เหมื่อนขี้ไม่โป่รใส)
#63  by  คนเกลียดสนธิ (203.113.51.100) At 2006-02-26 19:12, 
สนธิดีกว่าทักษิฌ
#64  by  นายนพดล (202.129.38.123) At 2006-02-28 10:40, 
#65  by  กด (202.129.38.123) At 2006-02-28 10:44, 
สนธิคนแพ้ เอย มันเรื่องส่วนตัวระหว่าง
นายกกับสนธิทำมัยไม่ยิงกันเลย
#66  by  เด็กไทย (202.143.159.178 /192.168.5.179) At 2006-02-28 13:50, 
กลุ่มเมื่องเพชรตอนนี้ BB พร้อมจะโต้ตอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันแล้วนะ เพราะคิดว่าสังคมไทยเรานั้นเราอยู่กันด้วยระบอบประชาธิปไตยถ้าเรารักเมืองไทยโปรดร่วมใจกันต่อสู้เพื่อชาติ
#67  by  BB (203.172.179.55 /192.168.0.32) At 2006-03-02 18:36, 
คนไทยรักคนไทยโปรดจำไว้สังคมไทยจะอยู่ได้เพราะเราช่วยกันปกป้องคนกินบ้านกินเมือง (ขายชาติ)
#68  by  BB (203.172.179.55 /192.168.0.32) At 2006-03-02 18:39, 
สู้ สู้ สู้ตายคะ คุณสนธิ
#69  by  BB (203.172.179.55 /192.168.0.32) At 2006-03-02 18:44, 
ความดีความชอบของคุนสนธิ มีดังนี้
*/มีเยอะหน่อยเลยต้องเขียนบรรยายเป็นข้อ
1. ทำให้หนังสือพิมผู้จัดการเป็นหนี้แบงค์3000 ล้าน
2. ให้นายกทักษิณช่วยเคลียกับแบงค์เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้เหลือ 300 ล้าน แต่นายกไม่ทำให้เพราทำไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่ไร้จริยธรรมมากเลยเนอะ
3. คุณสนธิอยากได้สถานีช่อง 11 แต่นายกทักษิณทำให้ไม่ได้ เพราะผิดกฏหมาย ก้อถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดต่อคุณสนธิเนอะ (แย่จัง)
4. ทำไม่ได้ดังใจคุณสนธิ เป็นเรื่องที่ขาดจริยธรรมมากๆ
5.คุณสนธิเอาหุ้นผู้จัดการเข้าในตลาดหลักทรัพย์ เจ้งคนเดียวไม่พอยังต้องลากให้คนอื่นเจ้งตามอีก ฝีมืออย่างนี้น่าจะให้ลองมาเป็นนายกมั่ง
6. ตกลงสนธิเป็นผู้กล้า หรือเป็นหมาบ้าจนตรอกกันแน่
#70  by  คนเกลียดสนธิ (58.10.147.126) At 2006-03-02 20:06, 
นายกทักษิณสู้ๆ อย่าไปยอมแพ้กลัวคนเลวทรามอย่างไอ้สนธิ !! ชาติชั่ว ดึงฟ้าลงต่ำ บัดซบที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา คนเห็นแก่ตัวเหล่านี้ ในสังคมมีเยอะมาก พอไม่ได้ดังใจก้อหันมากัด เลววววว ยิ่งกว่าหมาบ้า คนอื่นคิดยังไงผมไม่สน "แต่ผมเกลียดคนเลวอย่างมันมากก" ไม่รุชาติก่อนมันเกิดเป็นตัวอะไร แต่รุๆชาติชาติหน้ามันต้องไม่ได้ผุดได้เกิดแน่ จมอยุกลับขุมนรกที่18 ไปตลอดเหอะ ไอ้เลววว
#71  by  เกลีดสนธิวะ (58.10.147.126) At 2006-03-02 20:19, 
คนที่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ก็ต้องโวยวายเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ว่าคนอื่นเลวแล้วตัวเองดี่กว่าเขาหรือ
#72  by   (58.8.141.133) At 2006-03-06 19:50, 
กระทู้ความจริงนี้ คงจะโดนลูกสมุนคุณสนธิตามลบในไม่ช้า ถ้าใครมีเพื่อนเป็นสื่อ รบกวนช่วย copy และส่งไปให้เขาตรวจสอบความจริงดู อาจจะช่วยชาติให้ดีขึ้นได้
4 คำถามวิกฤตการเงินของผู้จัดการ (MGR) ที่อยากเห็นสื่อไทยถามคุณสนธิ
ผมไม่ใช่คนของพรรคการเมืองใดๆ และผมก็ไม่ชอบนายกทักษิณ ในหลายๆเรื่อง แต่ผมไม่ชอบคุณสนธิที่ออกมาปลุก **** ให้ประเทศไทยของเราทุกๆคน แตกเป็นฝ่ายๆ มากกว่า
นายกทักษิณมีประเด็นที่ไม่เคลียร์อยู่หลายข้อ แต่การที่คุณสนธิ นำประเด็นเหล่านั้น มาพูดขยายจนเกินความจริง เพื่อสร้างอารมณ์ร่วม ให้ฝูงชนที่ไม่รู้ข้อมูลทั้งหมดบ้าคลั่ง และใช้กลุ่มคนและองค์กรที่หลงเชื่อคำพูดของคุณสนธิเหล่านี้ มากดดันทำให้ประเทศของเราทุกคนแตกแยกนั้น เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนที่มีใจเป็นกลาง รับไม่ได้
อะไรที่ทำให้คุณสนธิ รอพระราชวินิจฉัยของในหลวง หรือรอการตรวจสอบนายกตามกระบวนการระบบประชาธิปไตยไม่ได้
คำถาม 4 ประเด็นใหญ่ ซึ่งมีคำถามย่อยนับสิบข้อ ที่อยากให้คุณสนธิตอบเหล่านี้ จะค่อยๆปูพื้นให้ทุกคนที่มีใจเป็นกลาง เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ดีขึ้น
(1) คุณสนธิและผู้บริหารของกลุ่มผู้จัดการ บริหารบริษัทเมเนเจอร์ มีเดีย ซึ่งเป็นของมหาชน ด้วยความโปร่งใสหรือไม่ มีการยักยอกเงินเข้ากระเป๋าส่วนตัวของใครหรือเปล่า
กรณีที่ 1 หมู่เกาะ The British Virgin Island ที่คุณสนธิออกมาด่านายกทักษิณปาวๆ คุณสนธิยังจำได้ไหมว่า ใครไปจดทะเบียนบริษัท Manager International Holding Company Limited ที่หมู่เกาะนี้ ด้วยเงินเพียงแค่ 1,000 เหรียญสหรัฐ แต่กลับนำมาขายให้ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย (มหาชน) ซึ่งเป็นของผู้ถือหุ้นทุกคน ด้วยเงินถึง 7,228,000 เหรียญสหรัฐ เงินกำไรร่วม 200 ล้านบาทนี้ หายไปอยู่กระเป๋าใคร นอกจากนั้นเงินที่ บริษัทเมเนเจอร์ให้บริษัทนี้ยืมไปอีก 700 ล้านบาท หายไปไหน (ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่กลุ่มผู้จัดการ ทำรายงานเองและส่งให้ตลาดหลักทรัพย์เอง ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ตลาดหลักทรัพย์)
กรณีที่ 2 เงินโฆษณากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งควรเป็นของผู้ถือหุ้นทุกคน หายไปไหน เมื่อไหร่จะได้คืน ทำไมมีการเปิดบริษัทส่วนตัว ที่ชื่อ เวิลด์ไวด์ มีเดีย ซึ่งก็ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ เพื่อรับเงินค่าโฆษณาแทนบริษัทมหาชน และทำไมบริษัทนี้ถึงอมเงินเอาไว้ และไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้บริษัทซึ่งเป็นของมหาชนสักที ทั้งที่รับเงินมา 2-3 ปีแล้ว
ที่น่าสงสัยยิ่งกว่านั้น ทำไมบริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย (มหาชน) ถึงยังให้บริษัทนี้ หาโฆษณาและรับเงินแทนอยู่ ทั้งๆที่ก็รู้ว่าบริษัทนี้เบี้ยวเงินมาเป็นปีแล้ว นอกจากนั้น ทำไมบริษัทเมเนเจอร์ มีเดียถึงนับยอดรายได้โฆษณาที่น่าจะได้จากบริษัทเวิลด์ไวด์ มีเดียนี้เป็นหนี้สงสัยจะสูญในทันที จนมีผลทำให้ผลประกอบรวมของบริษัทเมเนเจอร์ มีเดียเองซึ่งควรจะเป็นกำไร กลายเป็นขาดทุน นี่เป็นสาเหตุหรือเปล่า ที่ทำให้ผู้ตรวจสอบบัญชีที่บริษัท เมเนเจอร์ มีเดียจ้างเอง ไม่ยอมเซ็นไว้วางใจบริษัทเมเนเจอร์ มีเดียหลายไตรมาสติดต่อกันแล้ว (จากข้อมูลที่กลุ่มผู้จัดการ ทำส่งให้ตลาดหลักทรัพย์เอง ระหว่างปี 2547 - 2549)
(2) คุณสนธิและกลุ่มผู้จัดการ ใช้ความเป็นสื่อ บังคับและเบียดบังผลประโยชน์ของรัฐ เข้าตัวหรือเปล่า

หลังจากที่คุณเจิมศักดิ์ และกลุ่มเนชั่นออกมาปูดข่าวว่า รัฐบาลทักษิณช่วยลดหนี้ของกลุ่มผู้จัดการ จาก 20,000 ล้านบาท เหลือแค่ 6,000 ล้านบาท ในปี 2545แล้ว คุณสนธิและกลุ่มผู้จัดการได้รับการลดหนี้จากสถาบันการเงินของรัฐ อีกกี่ครั้ง (เพื่อความเป็นธรรมในการรับรู้ข้อมูล คุณสนธิ ออกมาปฏิเสธว่ากลุ่มผู้จัดการ มีหนี้อยู่ ในขณะนั้น 8,000 กว่าล้านบาท ไม่ใช่ 20,000 ล้านบาทตามที่คุณเจิมศักดิ์กล่าวหา)
ทำไมขณะที่คุณวิโรจน์ นวลแขทำงานที่แบงก์กรุงไทย คุณสนธิถึงได้รับการลดหนี้ที่เคยลดมาแล้วอีก จาก 1,421.73 ล้านบาท เหลือเพียงแค่ 259 ล้านบาท แล้วยิ่งกว่านั้น ทำไมธนาคารกรุงไทย ถึงขนาดยอมให้คุณสนธิไม่ต้องจ่ายคืนเป็นเงินสด โดยยอมกระทั่งให้ใช้คืนเป็นค่าโฆษณาราคาแพง จนเราได้เห็นโฆษณาชุดผู้ใหญ่ลี ที่มีค่าแอร์ไทม์ครั้งละหลายแสนบาท อย่างถี่ยิบ คุณสนธิคิดว่า ธนาคารของรัฐอย่างกรุงไทยมีความจำเป็นต้องโฆษณาตัวเองกับสื่อของคุณสนธิแค่ที่เดียว เป็นร้อยๆล้านบาทเลยหรือ (จากข้อมูลที่กลุ่มผู้จัดการ ทำส่งให้ตลาดหลักทรัพย์เอง ในปี 2547 ดูข้อมูลได้ที่ตลาดหลักทรัพย์)

นอกจากนั้นแล้ว คุณสนธิใช้วิธีไหน ถึงทำให้รัฐวิสาหกิจอื่นของรัฐอย่างเช่น การบินไทย ปตท. และบริษัทเอกชนในเครือชินวัตรลงโฆษณาจำนวนมากกับสื่อของผู้จัดการ จนยอดรายได้โฆษณาของกลุ่มพุ่งขึ้นถึงกว่า 40% หลังจากที่นายกทักษิณ เข้ามาบริหารประเทศ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ จากกรณีศึกษาของกลุ่มผู้จัดการ ในรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในรอบปี 2546 ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดย ผศ. ดร.วิลาสินี พิพิธกุล คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

(3) การที่คุณสนธิออกมาปลุกระดมมวลชนตอนนี้ แบบถอยหลังไม่ได้ เป็นเพราะกลุ่มผู้จัดการกำลังเกิดวิกฤติทางการเงิน ซึ่งถ้าไม่ได้อำนาจรัฐหรือกลุ่มทุนเข้าช่วยเหลือ อาจถึงขั้นปิดตัวเองเลยใช่หรือเปล่า อะไรที่ทำให้คุณสนธิ อุทานว่า ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง
ประเด็นนี้ต้องศึกษาเงื่อนเวลาอยู่ 2 จุด
ก) ก.ล.ต. ได้ออกกฏมานานแล้วว่า จะถอดถอนบริษัทซึ่งอยู่ในหมวดฟื้นฟูของตลาดหลักทรัพย์ และมีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ ออกจากตลาดหลักทรัพย์ ภายในเดือนมีนาคม 2549
ข) ศาลล้มละลายกลาง ได้ยินยอมขยายเวลาแผนฟื้นฟูของบริษัทเมเนเจอร์มีเดียออกไปจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 26 กรกฎาคม 2548 กลายเป็นสิ้นสุดวันที่ 3 สิงหาคม 2549 เพื่อให้บริษัทเมเนเจอร์มีเดีย หาผู้ร่วมทุนใหม่มูลค่า 350 ล้านบาทให้ได้ทันตามกำหนด ซึ่งถ้านำมาเรียงดู จะอ่านได้ง่ายๆดังนี้ ถ้ากลุ่มผู้จัดการหาเงินเพิ่มทุน 350 ล้านบาทไม่ได้ภายในเดือนมีนาคม หรือไม่มีอำนาจจากไหนมาบีบ กรต. ให้เปลี่ยนแปลงหรือผ่อนผันกฏ บริษัทเมเนเจอร์มีเดีย มีสิทธิจะโดนถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์เดือนหน้า! และถ้ายังไม่ได้เงินก่อนเดือนสิงหาคม และศาลไม่ยินยอมให้ขยายเวลาแผนฟื้นฟูบริษัทอีก บริษัทเมเนเจอร์ก็อาจจะต้องปิดตัวเองลง ภายในปีนี้!

คำถามก็คือ ถ้าสมมติว่า เมื่อต้นปีที่แล้ว มีกัลยาณมิตรยอมช่วยคุณสนธิ ตอนนี้คุณสนธิจะวาดภาพให้ประชาชนมองนายกทักษิณเป็นคนชั่วร้ายที่สุด หรือเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดของประเทศไทย คุณสนธิจะหานักลงทุนปกติที่ไหน มาช่วยลงทุนเงิน 350 ล้านบาท กับบริษัทที่มีหนี้มากกว่าสินทรัพย์ 200 กว่าล้านบาท แถมยังขาดทุนสะสมเพิ่มตลอด และผู้ตรวจสอบบัญชียังไม่รับรองความโปร่งใสอีก ทำไมเงินกว่าร้อยล้านบาท ที่อยู่ในบริษัทเวิลด์ไวด์มีเดีย ไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ หรือจ่ายคืนให้บริษัทเมเนเจอร์มีเดีย ซึ่งจะทำให้ฐานะการเงินของบริษัทเมเนเจอร์ดีขึ้นเยอะ และต้องการเงินเพิ่มทุนอีกเพียงแค่ร้อยกว่าล้าน ก็จะมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นบวกแล้ว
ตลอดปีที่ผ่านมา คุณสนธิได้ขอร้องให้ใครมาช่วยบ้าง มีใครยอมช่วย และไม่ยอมช่วยบ้าง และคุณสนธิคิดยังไงกับคนที่ไม่ยอมช่วย
ถ้านายกทักษิณไม่ช่วย คุณสนธิก็ต้องหาใครคนอื่น ที่ช่วยคุณสนธิได้ใช่หรือเปล่า
(4) ถ้ากลุ่มผู้จัดการถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ และไม่ผ่านเกณฑ์การฟื้นฟูบริษัทในกลางปีนี้ จนอาจถูกเจ้าหนี้บังคับให้ปิดตัวเองลง คุณสนธิ จะปลุกระดมคนว่า รัฐบาลคุกคามสื่อหรือเปล่า เมื่อไหร่คุณสนธิถึงจะหยุด หรือประเทศจะแตกแยกกันอีกเท่าไหร่คุณสนธิก็ไม่สนใจ ขอเพียงธุรกิจของคุณสนธิยังอยู่ได้ แค่นั้นเองหรือ ถ้าคุณสนธิตอบได้ทุกประเด็น และทุกคำถามย่อย คุณสนธิถึงจะเคลียร์ตัวเองได้ว่า การปลุกระดมคนครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อตัวคุณสนธิเอง โดยหลอกใช้ประชาชนนับแสนเป็นเครื่องมือ
#73  by  ข้อความที่แพร่หลายในเน็ต (61.91.139.21) At 2006-03-07 15:35, 
สนธิกลัวหรอได้ข่าวติดหนี้เขาเป็นพันๆล้านรอ นายกผ่านวิกฤต นี้ได้เมื่อไร จะส่งจดหมายไปให้เขาขุดคุ้ยเรื่องของคุณ ดูตัวเองมั้งดิก่อนจะมาว่าคนอื่น เมื่อวานดูข่าวเห็นคนไปก่อ ม็อบน้อยลงเยอะละนี้เหมือนไม่ถึง5000คนด้วย5555555555555
#74  by  ดูตัวเองก่อน (125.25.6.215) At 2006-03-08 15:38, 
กระทุความจิงโพสได้โดนใจมากเลยครับ คงจะเป็นเรื่องการเงินที่ติดหน้เขาอยู่อะนะ หัวถึง หงอกสงสัยจะเครียดเรื่องเงินจิงๆๆ กระทู้นี้จะโดนลบในไม่ช้า555+ สนธิน่าจะโดนฟ้องได้แล้ว
#75  by  กระทู้ความจิงสุดยอด (125.25.6.215) At 2006-03-08 15:44, 
#76  by  สมดี (125.24.91.169) At 2006-03-09 13:43, 
ท่านสนธิกรุณาเคารพกฎหมายและกติกาบ้านเมืองด้วย ประเทศชาติจะล้มจมแล้วท่านแน่จริงทำไมไมลงสมัครเป็น สส.ที่จะได้แก้ปัญหาให้บ้านเมืองตามเจตนาของท่านแล้วท่านไม่ต้องมาเล่นการนอกเวทีแบบนี้ถ้าประชาชนได้รับอันตรายแล้วใครจะรับผิดชอบทำไมไมพากันแปญหาที่ถูต้องตามกฎหมายที่มีอยู่ไมต้องไปหามวลชนมาทำแบบนี้
#77  by  สมดี แก้วกัน (125.24.91.169) At 2006-03-09 14:05, 
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ฟังแต่ชื่อแล้วมันไมใชคนไทย100เปอเซนอย่ามาทำให้คนไทยแตกความสามคีกันเลย
#78  by  มนต์ จาดอก (125.24.91.169) At 2006-03-09 14:11, 
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ฟังแต่ชื่อแล้วมันไมใชคนไทย100เปอเซนอย่ามาทำให้คนไทยแตกความสามคีกันเลย
#79  by  มนต์ จาดอก (125.24.91.169) At 2006-03-09 14:14, 
#80  by  neem (202.143.167.166) At 2006-03-10 19:20, 
มหาจำลอง

ในที่สุด มหาจำลองฯ ก็โดดเข้าไปใน "ค่ายกลการเมือง" จนได้

...มหาฯ ตัดสินใจ...ถูก หรือ ผิด

...ตัดสินใจจากฐานข้อมูลใด

...หากติดตามคำให้สัมภาษณ์ภายหลังที "ชิน" ขายหุ้น นั้น...มหาฯ ว่า...ผู้นำ เก่ง และ ซื่อสัตย์ เท่านั้น "ไม่พอ"...ต้องรู้จัก "เสียสละ" ด้วย...และแนะนำว่า ควรจะนำเงิน ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับจำนวนที่ต้องเสียภาษี ไปช่วยเหลือคนยากจน...

...นั่นคือ การคิดจากสามัญสำนึกของคนทั่วไปที่ว่า...หากบริษัทขายและเกิดรายได้...ต้องเสียภาษีให้รัฐ ๓๕ % คือประมาณ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท

...กรณีดังกล่าว...สภาอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์...ได้มีการประชุม เพื่อถกเรื่องการขายหุ้นของ "ชิน" ให้ "เทมาเส็ก" และมีความเห็นว่า การที่ "ชิน" ขายหุ้นที่มีอยู่ในประเทศให้ "เทมาเส็ก" และได้เงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั้น...ไม่ต้องเสียภาษี...เพราะมีข้อกฎหมายรองรับ และเป็นกติกาสากล...แต่หุ้นที่ซื้อจาก แอมเพิล ริช ที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น เข้ามาตลาดหุ้นไทย จำนวน ๓๒๙ ล้านหุ้น ยอดเงิน ๑๕,๑๓๔ ล้านบาท ต้องเสียภาษีจำนวน ๕,๕๐๐ ล้านบาท

...นั่น แสดงว่า ความเข้าใจของมหาฯ "ผิด" ไปในระดับหนึ่งแล้วแน่นอน

...ประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไปมีว่า...ความเห็นในที่ประชุมสภาอาจารย์ฯ "ถูก" หรือ "ผิด"

...ก่อนอื่นเราต้องถาม...ตัวเราเอง...ก่อนว่า ถ้าเป็น "เรา" ขายหุ้นให้ "ลูก" เราจะขายในราคาเท่าไร

...ผมเชื่อว่า คำตอบของทุกคนก็คือ...หากยกให้ได้ก็จะยกให้ด้วยซ้ำ ใช่ไหม...ดังนั้น หากนายกฯ จะขายหุ้นให้ลูกในราคาพาร์ คือ ๑ บาท ถามว่า ผิดหรือไม่

...และเมื่อ "ลูก"ขายหุ้นให้ "เทมาเส็ก" โดยหากขายที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ก็ไม่ต้องเสียภาษีตามกติกาสากลอยู่แล้ว...แต่เมื่อต้องการนำเข้ามาขายในตลาดหุ้นไทย...จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม...ต้องถามกันก่อนว่า...ถ้าเป็น "เรา"...เราซื้อหุ้นตัวเราเอง...เราจะซื้อในราคาเท่าไร

...ผมเชื่อว่า...ถ้าเราไม่โกหกตัวเอง...เราก็ต้องซื้อในราคาพาร์ ใช่ไหม

...หุ้น ก็คือ ทุน...ที่มีผลประกอบการเป็นกำไร ที่ต้องเสียภาษีเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว และเขาก็เสียภาษีมาตลอด...เมื่อเขาขาย ก็ต้องได้รับการยกเว้นภาษี ตามที่มีข้อกฎหมายรองรับ และเป็นกติกาสากลโดยทั่วไป

...ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า...ความเห็นของที่ประชุมสภาอาจารย์ "ไม่ชอบด้วยเหตุผล" ครับ

...ประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไป มีข้อกล่าวหาว่า...นายกฯใช้อำนาจรัฐ "แก้กฎหมาย" เพื่อรองรับการขายหุ้นของตัวเอง นั้น

...หากเราพิจารณาด้วยใจที่เป็นธรรมแล้ว...จะเห็นว่า...ทุกประเทศต้องการเม็ดเงินการลงทุน...เพราะหมายถึง การขยายตัวทางเศรษฐกิจ...หมายถึงภาษีที่รัฐจะได้จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้น...ภาษีที่สามารถนำมาสร้างความเจริญไพบูลย์ และความผาสุขให้กับคนในชาติได้

...ดังนั้น ในตลาดทุนทุกประเทศ...จึงมีการดึงดูดใจนักลงทุน...โดยให้สิทธิต่างชาติ ถือหุ้นในกิจการโทรคมนาคมได้ถึง ๕๐ %

...สำหรับประเทศไทย...เคยมีแนวคิดนี้มาก่อนที่นายกฯจะเข้ามาบริหารประเทศอีก...และในปี ๒๕๔๔ ได้มีบริษัทโทรคมนาคมในประเทศหลายบริษัท...เรียกร้องให้รัฐ "ขยาย!!!ส่วน" การถือหุ้นของ "ต่างชาติ"...ให้สูงขึ้น...เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้กับบรษัท...เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางโทรคมนาคม (เมื่อเปิดเสรีทางโทรคมนาคมแล้ว บริษัทต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนด้านนี้ได้ ๑๐๐ %)

...ดังนั้น...มันจึงเป็นไปตามเหตุตามผล...ตามที่มันควรจะเป็น เท่านั้นเอง...

...การเมืองเป็นเรื่อง "ซับซ้อน" ต้องดูให้ "ลึก" ต้องดู "ยาวๆ"...ฐานข้อมูลต้องแน่นและถูกต้อง...จึงจะไม่ตกเป็นเครื่องมือ
จาก สนับสนุนนายกที่มาจากการเลือกตั้ง [๒๐ ก.พ. ๒๕๔๙ 16:00:32]

--------------------------------------------------------------------------------

26 กพ.นี้ มากันเยอะนะครับ เจ้ามือหวยใต้ดิน มาเฟีย เจ้าของบ่อน เอเย่นต์ขายยาบ้า ค้านำมันเถื่อน ทักษิณออกไป ปชป.มาจะได้สบายกันเหมือนเดิม
จาก สนับสนุนนายกที่มาจากการเลือกตั้ง [๒๐ ก.พ. ๒๕๔๙ 16:03:48]

--------------------------------------------------------------------------------

ลองวิเคราะห์โดยใช้เหตุผลดูอ่ะนะ อยากให้ลองผ่านตากันดู เผื่อจาได้ไอเดียใหม่ๆบ้าง

กรณีปัญหาเรื่องจุดยืนเกี่ยวกับการชุมนุมวันที่ 26 ก.พ.49

จุดที่วิเคราะห์: จุดยืน อยู่ฝั่งต่อต้าน หรือ สนับสนุนรัฐบาล
เหตุการณ์ที่เกิด:
1.การบริหารประเทศไม่โปร่งใส
2.แนวทางนโยบายไม่เป็นที่พอใจ
3.รัฐบาลไม่ฟังเสียงคนส่วนน้อยที่น้อยกว่าเสียงรัฐบาล
4.ความน่าเชื่อถือของผู้นำต่ำ
5.รัฐบาลควบคุม/เลี่ยงกลไกการตรวจสอบได้
6.เรื่องบางเรื่องต้องการการแก้ไขอย่างรวดเร็วจากรัฐบาล ในเรื่องที่รัฐบาลไม่ต้องการทำ
7.มีการรวมตัวเป็นกลุ่มเรียกร้อง แสดงความคิดเห็น ในลักษณะประชาสังคมอย่างรุนแรง โดยมีจุดมุ่งหมายที่การถอดถอนผู้นำรัฐบาล หรือบีบให้พ้นจากตำแหน่ง
8.รัฐบาลถูกโจมตีจากกลุ่มคนจำนวนมากซึ่งเป็นปัญญาชนและชนชั้นกลาง โดยมีทั้งการเปิดโปงและการสร้างกระแส โดยอาศัยทั้งข้อมูลที่เชื่อถือได้และไม่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลที่เพียงพอและไม่พอ
แนวทางเลือกที่มี:
1.จุดยืนในฐานะต่อต้าน-ที่ต้องการให้ผู้นำรัฐบาลออกจากตำแหน่ง แม้ว่าจะไม่ตรงตามกติการัฐธรรมนูญก็ตาม
2.จุดยืนในฐานะสนับสนุน-โดยเชื่อในตัวรัฐบาล หรือเห็นว่าสมควรทำตามกฎของรัฐธรรมนูญ
3.จุดยืนที่อยู่ระหว่างทั้งสองทาง-ที่ต้องการให้ผู้นำประเทศปรับแนวทางปฏิบัติ ใช้เหตุผลในการอธิบายและตัดสินใจทุกครั้ง ให้ความสำคัญแก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยอาจไม่ต้องลงจากตำแหน่ง หรือพิสูจน์ความชอบธรรมอีกครั้งโดยการยอมสละสิทธิ์ให้ประชาชนมีโอกาสทำตามกระบวนการอีกครั้ง โดยหากไม่กระทำการดังกล่าว หรือดึงเวลา โดยที่ยังไม่สามารถใช้ระบบในการแก้ไขปัญหาได้ กลุ่มนิสิตก็พร้อมที่จะใช้ทางเลือกสุดท้ายคือกระทำนอกกติการัฐธรรมนูญ
-สรุปเกี่ยวกับจุดยืนทั้ง 3 จุดยืน
๐จุดยืนแรกเป็นการกระทำที่ใช้วิธี
#81  by   (210.4.140.178) At 2006-03-13 18:36, 
มหาจำลอง

ในที่สุด มหาจำลองฯ ก็โดดเข้าไปใน "ค่ายกลการเมือง" จนได้

...มหาฯ ตัดสินใจ...ถูก หรือ ผิด

...ตัดสินใจจากฐานข้อมูลใด

...หากติดตามคำให้สัมภาษณ์ภายหลังที "ชิน" ขายหุ้น นั้น...มหาฯ ว่า...ผู้นำ เก่ง และ ซื่อสัตย์ เท่านั้น "ไม่พอ"...ต้องรู้จัก "เสียสละ" ด้วย...และแนะนำว่า ควรจะนำเงิน ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับจำนวนที่ต้องเสียภาษี ไปช่วยเหลือคนยากจน...

...นั่นคือ การคิดจากสามัญสำนึกของคนทั่วไปที่ว่า...หากบริษัทขายและเกิดรายได้...ต้องเสียภาษีให้รัฐ ๓๕ % คือประมาณ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท

...กรณีดังกล่าว...สภาอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์...ได้มีการประชุม เพื่อถกเรื่องการขายหุ้นของ "ชิน" ให้ "เทมาเส็ก" และมีความเห็นว่า การที่ "ชิน" ขายหุ้นที่มีอยู่ในประเทศให้ "เทมาเส็ก" และได้เงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั้น...ไม่ต้องเสียภาษี...เพราะมีข้อกฎหมายรองรับ และเป็นกติกาสากล...แต่หุ้นที่ซื้อจาก แอมเพิล ริช ที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น เข้ามาตลาดหุ้นไทย จำนวน ๓๒๙ ล้านหุ้น ยอดเงิน ๑๕,๑๓๔ ล้านบาท ต้องเสียภาษีจำนวน ๕,๕๐๐ ล้านบาท

...นั่น แสดงว่า ความเข้าใจของมหาฯ "ผิด" ไปในระดับหนึ่งแล้วแน่นอน

...ประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไปมีว่า...ความเห็นในที่ประชุมสภาอาจารย์ฯ "ถูก" หรือ "ผิด"

...ก่อนอื่นเราต้องถาม...ตัวเราเอง...ก่อนว่า ถ้าเป็น "เรา" ขายหุ้นให้ "ลูก" เราจะขายในราคาเท่าไร

...ผมเชื่อว่า คำตอบของทุกคนก็คือ...หากยกให้ได้ก็จะยกให้ด้วยซ้ำ ใช่ไหม...ดังนั้น หากนายกฯ จะขายหุ้นให้ลูกในราคาพาร์ คือ ๑ บาท ถามว่า ผิดหรือไม่

...และเมื่อ "ลูก"ขายหุ้นให้ "เทมาเส็ก" โดยหากขายที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ก็ไม่ต้องเสียภาษีตามกติกาสากลอยู่แล้ว...แต่เมื่อต้องการนำเข้ามาขายในตลาดหุ้นไทย...จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม...ต้องถามกันก่อนว่า...ถ้าเป็น "เรา"...เราซื้อหุ้นตัวเราเอง...เราจะซื้อในราคาเท่าไร

...ผมเชื่อว่า...ถ้าเราไม่โกหกตัวเอง...เราก็ต้องซื้อในราคาพาร์ ใช่ไหม

...หุ้น ก็คือ ทุน...ที่มีผลประกอบการเป็นกำไร ที่ต้องเสียภาษีเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว และเขาก็เสียภาษีมาตลอด...เมื่อเขาขาย ก็ต้องได้รับการยกเว้นภาษี ตามที่มีข้อกฎหมายรองรับ และเป็นกติกาสากลโดยทั่วไป

...ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า...ความเห็นของที่ประชุมสภาอาจารย์ "ไม่ชอบด้วยเหตุผล" ครับ

...ประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไป มีข้อกล่าวหาว่า...นายกฯใช้อำนาจรัฐ "แก้กฎหมาย" เพื่อรองรับการขายหุ้นของตัวเอง นั้น

...หากเราพิจารณาด้วยใจที่เป็นธรรมแล้ว...จะเห็นว่า...ทุกประเทศต้องการเม็ดเงินการลงทุน...เพราะหมายถึง การขยายตัวทางเศรษฐกิจ...หมายถึงภาษีที่รัฐจะได้จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้น...ภาษีที่สามารถนำมาสร้างความเจริญไพบูลย์ และความผาสุขให้กับคนในชาติได้

...ดังนั้น ในตลาดทุนทุกประเทศ...จึงมีการดึงดูดใจนักลงทุน...โดยให้สิทธิต่างชาติ ถือหุ้นในกิจการโทรคมนาคมได้ถึง ๕๐ %

...สำหรับประเทศไทย...เคยมีแนวคิดนี้มาก่อนที่นายกฯจะเข้ามาบริหารประเทศอีก...และในปี ๒๕๔๔ ได้มีบริษัทโทรคมนาคมในประเทศหลายบริษัท...เรียกร้องให้รัฐ "ขยาย!!!ส่วน" การถือหุ้นของ "ต่างชาติ"...ให้สูงขึ้น...เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้กับบรษัท...เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางโทรคมนาคม (เมื่อเปิดเสรีทางโทรคมนาคมแล้ว บริษัทต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนด้านนี้ได้ ๑๐๐ %)

...ดังนั้น...มันจึงเป็นไปตามเหตุตามผล...ตามที่มันควรจะเป็น เท่านั้นเอง...

...การเมืองเป็นเรื่อง "ซับซ้อน" ต้องดูให้ "ลึก" ต้องดู "ยาวๆ"...ฐานข้อมูลต้องแน่นและถูกต้อง...จึงจะไม่ตกเป็นเครื่องมือ
จาก สนับสนุนนายกที่มาจากการเลือกตั้ง [๒๐ ก.พ. ๒๕๔๙ 16:00:32]

--------------------------------------------------------------------------------

26 กพ.นี้ มากันเยอะนะครับ เจ้ามือหวยใต้ดิน มาเฟีย เจ้าของบ่อน เอเย่นต์ขายยาบ้า ค้านำมันเถื่อน ทักษิณออกไป ปชป.มาจะได้สบายกันเหมือนเดิม
จาก สนับสนุนนายกที่มาจากการเลือกตั้ง [๒๐ ก.พ. ๒๕๔๙ 16:03:48]

--------------------------------------------------------------------------------

ลองวิเคราะห์โดยใช้เหตุผลดูอ่ะนะ อยากให้ลองผ่านตากันดู เผื่อจาได้ไอเดียใหม่ๆบ้าง

กรณีปัญหาเรื่องจุดยืนเกี่ยวกับการชุมนุมวันที่ 26 ก.พ.49

จุดที่วิเคราะห์: จุดยืน อยู่ฝั่งต่อต้าน หรือ สนับสนุนรัฐบาล
เหตุการณ์ที่เกิด:
1.การบริหารประเทศไม่โปร่งใส
2.แนวทางนโยบายไม่เป็นที่พอใจ
3.รัฐบาลไม่ฟังเสียงคนส่วนน้อยที่น้อยกว่าเสียงรัฐบาล
4.ความน่าเชื่อถือของผู้นำต่ำ
5.รัฐบาลควบคุม/เลี่ยงกลไกการตรวจสอบได้
6.เรื่องบางเรื่องต้องการการแก้ไขอย่างรวดเร็วจากรัฐบาล ในเรื่องที่รัฐบาลไม่ต้องการทำ
7.มีการรวมตัวเป็นกลุ่มเรียกร้อง แสดงความคิดเห็น ในลักษณะประชาสังคมอย่างรุนแรง โดยมีจุดมุ่งหมายที่การถอดถอนผู้นำรัฐบาล หรือบีบให้พ้นจากตำแหน่ง
8.รัฐบาลถูกโจมตีจากกลุ่มคนจำนวนมากซึ่งเป็นปัญญาชนและชนชั้นกลาง โดยมีทั้งการเปิดโปงและการสร้างกระแส โดยอาศัยทั้งข้อมูลที่เชื่อถือได้และไม่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลที่เพียงพอและไม่พอ
แนวทางเลือกที่มี:
1.จุดยืนในฐานะต่อต้าน-ที่ต้องการให้ผู้นำรัฐบาลออกจากตำแหน่ง แม้ว่าจะไม่ตรงตามกติการัฐธรรมนูญก็ตาม
2.จุดยืนในฐานะสนับสนุน-โดยเชื่อในตัวรัฐบาล หรือเห็นว่าสมควรทำตามกฎของรัฐธรรมนูญ
3.จุดยืนที่อยู่ระหว่างทั้งสองทาง-ที่ต้องการให้ผู้นำประเทศปรับแนวทางปฏิบัติ ใช้เหตุผลในการอธิบายและตัดสินใจทุกครั้ง ให้ความสำคัญแก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยอาจไม่ต้องลงจากตำแหน่ง หรือพิสูจน์ความชอบธรรมอีกครั้งโดยการยอมสละสิทธิ์ให้ประชาชนมีโอกาสทำตามกระบวนการอีกครั้ง โดยหากไม่กระทำการดังกล่าว หรือดึงเวลา โดยที่ยังไม่สามารถใช้ระบบในการแก้ไขปัญหาได้ กลุ่มนิสิตก็พร้อมที่จะใช้ทางเลือกสุดท้ายคือกระทำนอกกติการัฐธรรมนูญ
-สรุปเกี่ยวกับจุดยืนทั้ง 3 จุดยืน
๐จุดยืนแรกเป็นการกระทำที่ใช้วิธี
#82  by  รรร (210.4.140.178) At 2006-03-13 18:36, 
มหาจำลอง

ในที่สุด มหาจำลองฯ ก็โดดเข้าไปใน "ค่ายกลการเมือง" จนได้

...มหาฯ ตัดสินใจ...ถูก หรือ ผิด

...ตัดสินใจจากฐานข้อมูลใด

...หากติดตามคำให้สัมภาษณ์ภายหลังที "ชิน" ขายหุ้น นั้น...มหาฯ ว่า...ผู้นำ เก่ง และ ซื่อสัตย์ เท่านั้น "ไม่พอ"...ต้องรู้จัก "เสียสละ" ด้วย...และแนะนำว่า ควรจะนำเงิน ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับจำนวนที่ต้องเสียภาษี ไปช่วยเหลือคนยากจน...

...นั่นคือ การคิดจากสามัญสำนึกของคนทั่วไปที่ว่า...หากบริษัทขายและเกิดรายได้...ต้องเสียภาษีให้รัฐ ๓๕ % คือประมาณ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท

...กรณีดังกล่าว...สภาอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์...ได้มีการประชุม เพื่อถกเรื่องการขายหุ้นของ "ชิน" ให้ "เทมาเส็ก" และมีความเห็นว่า การที่ "ชิน" ขายหุ้นที่มีอยู่ในประเทศให้ "เทมาเส็ก" และได้เงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั้น...ไม่ต้องเสียภาษี...เพราะมีข้อกฎหมายรองรับ และเป็นกติกาสากล...แต่หุ้นที่ซื้อจาก แอมเพิล ริช ที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น เข้ามาตลาดหุ้นไทย จำนวน ๓๒๙ ล้านหุ้น ยอดเงิน ๑๕,๑๓๔ ล้านบาท ต้องเสียภาษีจำนวน ๕,๕๐๐ ล้านบาท

...นั่น แสดงว่า ความเข้าใจของมหาฯ "ผิด" ไปในระดับหนึ่งแล้วแน่นอน

...ประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไปมีว่า...ความเห็นในที่ประชุมสภาอาจารย์ฯ "ถูก" หรือ "ผิด"

...ก่อนอื่นเราต้องถาม...ตัวเราเอง...ก่อนว่า ถ้าเป็น "เรา" ขายหุ้นให้ "ลูก" เราจะขายในราคาเท่าไร

...ผมเชื่อว่า คำตอบของทุกคนก็คือ...หากยกให้ได้ก็จะยกให้ด้วยซ้ำ ใช่ไหม...ดังนั้น หากนายกฯ จะขายหุ้นให้ลูกในราคาพาร์ คือ ๑ บาท ถามว่า ผิดหรือไม่

...และเมื่อ "ลูก"ขายหุ้นให้ "เทมาเส็ก" โดยหากขายที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ก็ไม่ต้องเสียภาษีตามกติกาสากลอยู่แล้ว...แต่เมื่อต้องการนำเข้ามาขายในตลาดหุ้นไทย...จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม...ต้องถามกันก่อนว่า...ถ้าเป็น "เรา"...เราซื้อหุ้นตัวเราเอง...เราจะซื้อในราคาเท่าไร

...ผมเชื่อว่า...ถ้าเราไม่โกหกตัวเอง...เราก็ต้องซื้อในราคาพาร์ ใช่ไหม

...หุ้น ก็คือ ทุน...ที่มีผลประกอบการเป็นกำไร ที่ต้องเสียภาษีเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว และเขาก็เสียภาษีมาตลอด...เมื่อเขาขาย ก็ต้องได้รับการยกเว้นภาษี ตามที่มีข้อกฎหมายรองรับ และเป็นกติกาสากลโดยทั่วไป

...ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า...ความเห็นของที่ประชุมสภาอาจารย์ "ไม่ชอบด้วยเหตุผล" ครับ

...ประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไป มีข้อกล่าวหาว่า...นายกฯใช้อำนาจรัฐ "แก้กฎหมาย" เพื่อรองรับการขายหุ้นของตัวเอง นั้น

...หากเราพิจารณาด้วยใจที่เป็นธรรมแล้ว...จะเห็นว่า...ทุกประเทศต้องการเม็ดเงินการลงทุน...เพราะหมายถึง การขยายตัวทางเศรษฐกิจ...หมายถึงภาษีที่รัฐจะได้จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้น...ภาษีที่สามารถนำมาสร้างความเจริญไพบูลย์ และความผาสุขให้กับคนในชาติได้

...ดังนั้น ในตลาดทุนทุกประเทศ...จึงมีการดึงดูดใจนักลงทุน...โดยให้สิทธิต่างชาติ ถือหุ้นในกิจการโทรคมนาคมได้ถึง ๕๐ %

...สำหรับประเทศไทย...เคยมีแนวคิดนี้มาก่อนที่นายกฯจะเข้ามาบริหารประเทศอีก...และในปี ๒๕๔๔ ได้มีบริษัทโทรคมนาคมในประเทศหลายบริษัท...เรียกร้องให้รัฐ "ขยาย!!!ส่วน" การถือหุ้นของ "ต่างชาติ"...ให้สูงขึ้น...เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้กับบรษัท...เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางโทรคมนาคม (เมื่อเปิดเสรีทางโทรคมนาคมแล้ว บริษัทต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนด้านนี้ได้ ๑๐๐ %)

...ดังนั้น...มันจึงเป็นไปตามเหตุตามผล...ตามที่มันควรจะเป็น เท่านั้นเอง...

...การเมืองเป็นเรื่อง "ซับซ้อน" ต้องดูให้ "ลึก" ต้องดู "ยาวๆ"...ฐานข้อมูลต้องแน่นและถูกต้อง...จึงจะไม่ตกเป็นเครื่องมือ
จาก สนับสนุนนายกที่มาจากการเลือกตั้ง [๒๐ ก.พ. ๒๕๔๙ 16:00:32]

--------------------------------------------------------------------------------

26 กพ.นี้ มากันเยอะนะครับ เจ้ามือหวยใต้ดิน มาเฟีย เจ้าของบ่อน เอเย่นต์ขายยาบ้า ค้านำมันเถื่อน ทักษิณออกไป ปชป.มาจะได้สบายกันเหมือนเดิม
จาก สนับสนุนนายกที่มาจากการเลือกตั้ง [๒๐ ก.พ. ๒๕๔๙ 16:03:48]

--------------------------------------------------------------------------------

ลองวิเคราะห์โดยใช้เหตุผลดูอ่ะนะ อยากให้ลองผ่านตากันดู เผื่อจาได้ไอเดียใหม่ๆบ้าง

กรณีปัญหาเรื่องจุดยืนเกี่ยวกับการชุมนุมวันที่ 26 ก.พ.49

จุดที่วิเคราะห์: จุดยืน อยู่ฝั่งต่อต้าน หรือ สนับสนุนรัฐบาล
เหตุการณ์ที่เกิด:
1.การบริหารประเทศไม่โปร่งใส
2.แนวทางนโยบายไม่เป็นที่พอใจ
3.รัฐบาลไม่ฟังเสียงคนส่วนน้อยที่น้อยกว่าเสียงรัฐบาล
4.ความน่าเชื่อถือของผู้นำต่ำ
5.รัฐบาลควบคุม/เลี่ยงกลไกการตรวจสอบได้
6.เรื่องบางเรื่องต้องการการแก้ไขอย่างรวดเร็วจากรัฐบาล ในเรื่องที่รัฐบาลไม่ต้องการทำ
7.มีการรวมตัวเป็นกลุ่มเรียกร้อง แสดงความคิดเห็น ในลักษณะประชาสังคมอย่างรุนแรง โดยมีจุดมุ่งหมายที่การถอดถอนผู้นำรัฐบาล หรือบีบให้พ้นจากตำแหน่ง
8.รัฐบาลถูกโจมตีจากกลุ่มคนจำนวนมากซึ่งเป็นปัญญาชนและชนชั้นกลาง โดยมีทั้งการเปิดโปงและการสร้างกระแส โดยอาศัยทั้งข้อมูลที่เชื่อถือได้และไม่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลที่เพียงพอและไม่พอ
แนวทางเลือกที่มี:
1.จุดยืนในฐานะต่อต้าน-ที่ต้องการให้ผู้นำรัฐบาลออกจากตำแหน่ง แม้ว่าจะไม่ตรงตามกติการัฐธรรมนูญก็ตาม
2.จุดยืนในฐานะสนับสนุน-โดยเชื่อในตัวรัฐบาล หรือเห็นว่าสมควรทำตามกฎของรัฐธรรมนูญ
3.จุดยืนที่อยู่ระหว่างทั้งสองทาง-ที่ต้องการให้ผู้นำประเทศปรับแนวทางปฏิบัติ ใช้เหตุผลในการอธิบายและตัดสินใจทุกครั้ง ให้ความสำคัญแก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยอาจไม่ต้องลงจากตำแหน่ง หรือพิสูจน์ความชอบธรรมอีกครั้งโดยการยอมสละสิทธิ์ให้ประชาชนมีโอกาสทำตามกระบวนการอีกครั้ง โดยหากไม่กระทำการดังกล่าว หรือดึงเวลา โดยที่ยังไม่สามารถใช้ระบบในการแก้ไขปัญหาได้ กลุ่มนิสิตก็พร้อมที่จะใช้ทางเลือกสุดท้ายคือกระทำนอกกติการัฐธรรมนูญ
-สรุปเกี่ยวกับจุดยืนทั้ง 3 จุดยืน
๐จุดยืนแรกเป็นการกระทำที่ใช้วิธี
#83  by   (210.4.140.178) At 2006-03-13 18:37, 
อ่ะมาดูความเลวของสนธิกานนะคะ

ทีแรกก้อคิดว่าดีแร้ว มาเจอบอร์ดนี้ ขี้โกงก่าทักษิณอีกค่ะ มะพอปลุกระดมอีก เอ้อ ,, มะไหวเรย

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P4191201/P4191201.html

http://www.huayuanjie.net/phpBB2/viewtopic.php?t=1096
#84  by  เบลล์ค่ะ^^ (125.24.92.178) At 2006-03-14 19:34, 
คำทำนาย imf มาอีก ปี 49 ถ้าไม่หยุด
#85  by   (202.28.250.248) At 2006-03-15 12:17, 
ท่านทั้งหลายเคยทราบหรือไม่ว่า นายกฯคนปัจจุบันเข้าเฝ้าถวายรายงานราชการแผ่นเป็นประจำทุกเดือน หากยังบังอาจคิดการร้ายคงเกินไปแล้ว ถ้าไม่ดีจริงใครเขาจะให้เข้าหาทุกเดือนหละท่านเอ๋ย คุณเคยทราบกันบ้างไหม
#86  by  ข้างบ้านหลวง (58.8.10.230) At 2006-03-16 02:07, 
เมื่อชาติมีภัย (ฉบับ สยามเทวาธิราชดลใจ)
ถึงคุณสนธิ (ตอน จอมบงการ)
ประเทศชาติกำลังล้มจม ... ทักษิณอาสามาแก้ ... คนไทยลืมตาอ้าปากได้ ... สนธิทำอะไร...
นอนกลางดินทั่วไทย ... นายกไทย ... ต่อให้แสร้งทำก็ดีกว่า คนดีที่ไม่เคยทำอะไร ... สนธิทำอะไร ...
ยาเสพติดทั่วไทย ... พ่อแม่กลุ้มใจหมดปัญญาช่วยลูก ... ทักษิณมา ยาหมดไป ... สนธิทำอะไร...
สนามบินสี่สิบชาติ ... ทักษิณไม่มา อีกกี่สิบชาติจะได้เห็นได้ภูมิใจสุวรรณภูมิ ... สนธิทำอะไร ...
การศึกษาคือคำตอบ ... ดีแต่พูด ... ทักษิณเปลี่ยนเงินหวยเป็นทุนให้ลูกหลานไทย ... สนธิทำอะไร ...
ปราบอิทธิพลมืดทั่วแผ่นดิน ช่วยคนจน ... สำเร็จหรือเปล่าไม่รู้ ... แต่ทักษิณตั้งใจ ... สนธิทำอะไร ...
ผู้ว่าซีอีโอ ... ดูเหมือนตลกเมื่อเริ่ม แต่ผลกระทบหยั่งรากลึกซึ้ง ... ทักษิณมุ่งมั่น ... สนธิทำอะไร ...
เขมรบุกเผาสถานทูต ... ซึนามิ ... พวกเราเสียขวัญ ... ทักษิณออกมาพวกเราอุ่นใจ ... สนธิทำอะไร ...
จากประเทศขอทาน ... ทักษิณไปเวทีไหน เรายืดคอภูมิใจว่านี้นายกประเทศไทยนะ ... สนธิทำอะไร ...
คนจนป่วย ไม่มีเงิน หมดปัญญารักษา ... ทักษิณให้โอกาสมีชีวิตแค่ 30 บาท ... สนธิทำอะไร ...
ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร ... ทักษิณเดินออกมาข้างหน้า คนไทยอุ่นใจ มั่นใจ ... สนธิทำอะไร ...
สนธิทำแค่ ... สร้างสถานการณ์ให้คนทั้งชาติหวั่นไหว เพื่อให้หุ้นที่กลุ่มผู้จัดการทำช๊อตเซลมีกำไร ...
คนนับล้านกำลังมีหวังมีอนาคต ... คุณแค่ต้องการเงินเข้ากลุ่ม กล้าทำลายความมั่นคงชาติเชียวหรือ ...บีบทักษิณออก ... ถึงออกไป ทักษิณก็ไม่เดือดร้อนอะไร ... เศรษฐกิจพัง ... ใครเดือดร้อน ...นักวิชาการก็ไม่เดือดร้อน ... มีงานทำ มีเงินใช้อยู่ดี ... ซุกหัวเงียบอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ... พวกชนชั้นสูงอย่างคุณกรณ์ (จาติกวณิช) ... ก็ไม่เดือดร้อน ... ห่วงแต่อนาคตทางการเมืองของตัวเอง ...คุณทุบหม้อข้าวประชาชน ... เพราะพวกคุณมีโกดังข้าวสารอยู่ในบ้าน ... อ้างนักหนาว่าเพื่อประชาชน ... คนเดือดร้อนก็ประชาชนตาดำดำ ... ลูกหลานจบ

( สนธิ ไปตายซะ )
#87  by  ไม่บอก (202.29.58.29) At 2006-03-17 10:41, 
สนธิก็มีที่ไม่ดีเหมือนกันทำไมต้องมาว่าทักษิณฝ่ายเดียวด้วย สนธิทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน
#88  by  รักทักษิณ (58.147.4.168) At 2006-03-17 12:41, 
ทำอย่างไร ทักษิณจึงจะลาออก เพราะหน้าด้านหน้าทนอยู่เหลือเกิน อย่างไม่อาย
#89  by  คนไทย (203.146.110.110) At 2006-03-17 15:41, 
สนธิ ดีจิงหรือ ผมไม่ใช่คนของพรรคการเมืองใดๆ และผมก็ไม่ชอบนายกทักษิณ ในหลายๆเรื่องแต่ผมไม่ชอบคุณสนธิที่ออกมาปลุกปั่นให้ประเทศไทยของเราทุกๆคน แตกเป็นฝ่ายๆ มากกว่านายกทักษิณมีประเด็นที่ไม่เคลียร์อยู่หลายข้อ แต่การที่คุณสนธิ นำประเด็นเหล่านั้นมาพูดขยายจนเกินความจริง เพื่อสร้างอารมณ์ร่วม ให้ฝูงชนที่ไม่รู้ข้อมูลทั้งหมดบ้าคลั่งและใช้กลุ่มคนและองค์กรที่หลงเชื่อคำพูดของคุณสนธิเหล่านี้ มากดดันทำให้ประเทศของเราทุกคนแตกแยกนั้นเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนที่มีใจเป็นกลาง รับไม่ได้อะไรที่ทำให้คุณสนธิ รอพระราชวินิจฉัยของในหลวงหรือรอการตรวจสอบนายกตามกระบวนการระบบประชาธิปไตยไม่ได้คำถาม 4 ประเด็นใหญ่ ซึ่งมีคำถามย่อยนับสิบข้อ ที่อยากให้คุณสนธิตอบเหล่านี้จะค่อยๆปูพื้นให้ทุกคนที่มีใจเป็นกลาง เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ดีขึ้น

(1) คุณสนธิและผู้บริหารของกลุ่มผู้จัดการ บริหารบริษัทเมเนเจอร์ มีเดียซึ่งเป็นของมหาชน ด้วยความโปร่งใสหรือไม่ มีการยักยอกเงินเข้ากระเป๋าส่วนตัวของใครหรือเปล่ากรณีที่ 1 หมู่เกาะ The British Virgin Island ที่คุณสนธิออกมาด่านายกทักษิณปาวๆคุณสนธิยังจำได้ไหมว่า ใครไปจดทะเบียนบริษัท Manager International Holding Company Limitedที่หมู่เกาะนี้ ด้วยเงินเพียงแค่ 1,000 เหรียญสหรัฐ แต่กลับนำมาขายให้ บริษัท เมเนเจอร์มีเดีย(มหาชน) ซึ่งเป็นของผู้ถือหุ้นทุกคน ด้วยเงินถึง 7,228,000 เหรียญสหรัฐเงินกำไรร่วม 200 ล้านบาทนี้ หายไปอยู่กระเป๋าใคร นอกจากนั้นเงินที่ บริษัทเมเนเจอร์ให้บริษัทนี้ยืมไปอีก700 ล้านบาท หายไปไหน (ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่กลุ่มผู้จัดการทำรายงานเองและส่งให้ตลาดหลักทรัพย์เอง ในวันที่ 30พฤศจิกายน 2547 สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ตลาดหลักทรัพย์)กรณีที่ 2 เงินโฆษณากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งควรเป็นของผู้ถือหุ้นทุกคน หายไปไหนเมื่อไหร่จะได้คืนทำไมมีการเปิดบริษัทส่วนตัว ที่ชื่อ เวิลด์ไวด์ มีเดียซึ่งก็ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ เพื่อรับเงินค่าโฆษณาแทนบริษัทมหาชน และทำไมบบริษัทนี้ถึงอมเงินเอาไว้และไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้บริษัทซึ่งเป็นของมหาชนสักที ทั้งที่รับเงินมา 2-3 ปีแล้วที่น่าสงสัยยิ่งกว่านั้น ทำไมบริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย (มหาชน) ถึงยังให้บริษัทนี้หาโฆษณาและรับเงินแทนอยู่ ทั้งๆที่ก็รู้ว่าบริษัทนี้เบี้ยวเงินมาเป็นปีแล้ว นอกจากนั้นทำไมบริษัทเมเนเจอร์ มีเดียถึงนับยอดรายได้โฆษณาที่น่าจะได้จากบบริษัทเวิลด์ไวด์ มีเดียนี้เป็นหนี้สงสัยจะสูญในทันทีจนมีผลทำให้ผลประกอบรวมของบริษัทเมเนเจอร์ มีเดียเองซึ่งควรจะเป็นกำไร กลายเป็นขาดทุนนี่เป็นสาเหตุหรือเปล่า