ข้อตกลงเบื้องต้น : เนื้อหาต่อไปจะว่าถึงบทบาทของ 'สนธิ ลิ้มทองกุล' ในชั่วขณะนี้ หากแต่ว่าใน entry นี้จะใช้คำกลุ่มหนึ่งสลับเวียนแทนที่กันตลอด เช่น สนธิ, เซี่ยงเส้าหลง, ผู้จัดการ ฯลฯ อันเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับตัวสนธิ ลิ้มทองกุลทั้งนั้น โดยจะถือว่าทิศทางการนำเสนอข่าวของ 'ผู้จัดการ' และข้อเขียนของ 'เซี่ยงเส้าหลง' อยู่ใต้อาณัติเห็นชอบของสนธิซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ หากเขาไม่ชอบก็ย่อมที่จะเปลี่ยนแปลงหรือไล่ออกไปแล้ว จึงขอ "เหมารวม" เอาตัวละครทั้งหมดให้เป็นหน่วยเดียวกัน
**********
ด้วยความที่คนไทยมักหลงลืมอดีตอย่างง่าย ๆ หรือพูดอย่างหยาบว่า "ความจำสั้น" นี่เอง ทำให้สนธิฉกฉวยโอกาสสร้างค่าเสริมราคาให้กับตนเองได้ ทั้งที่เรื่องที่เขาสำแดงในเวลานี้ ขัดแย้งกับสิ่งซึ่งเขา (หรือน.ส.พ.ของเขา) เคยประกาศต่อสาธารณะ

ภาพล้อชิ้นนี้ประกอบในคอลัมภ์ยอดนิยม "ข่าวปนคน คนปนข่าว" วันที่ 1 ก.พ. 2548 เรื่อง "กรรมเก่า ปชป. เคย "ปลุกกระแส" ทำลายคู่แข่ง!? " ย้อนอดีตให้เห็นว่าประชาธิปัตย์เคยเล่นเกม "ชกใต้เข็มขัด" ใส่ฝ่ายตรงข้ามมาตั้งแต่อดีต เริ่มจากปรีดีพนมยงค์ มาจนถึงทักษิณ ชินวัตร ล้วนถูกวิชามารของพรรคนี้กลั่นแกล้ง :
ในเดือนเดียวกันนั้นเองระหว่างการประชุมใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรคในขณะนั้นคือ ชวน หลีกภัย ก็เอ่ยวาจาทำนองว่ารัฐบาลชุดนี้ ...กำลังบริหารประเทศด้วยระบบกึ่งประธานาธิบดี. เรื่องนี้ที่ เซี่ยงเส้าหลง กล่าวว่าเป็น มุกเก่า, มุกเดิม ไม่เฉพาะพิจารณาในกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาเท่านั้นหากลองไปอ่านประวัติศาสตร์ดูเถิด อดีตผู้นำไร้แผ่นดิน ไม่ว่า ท่านปรีดี พนมยงค์, จอมพลป. พิบูลสงคราม, จอมพลถนอม กิตติขจร, จอมพลประภาส จารุเสถียร และ พันเอกณรงค์ กิตติขจร ล้วนพ่ายแพ้ต่อ วิชามาร ลักษณะนี้มาทั้งสิ้น
พร้อมกันนั้นเขายังเตือนทักษิณว่า อย่าใช้เกม "ชกใต้เข็มขัด" นี้ตอบโต้ เนื่องจากขณะนั้นเกิดกรณีสติ๊กเกอร์พระราชดำรัส ซึ่งคุณหญิงกัลยาจาก ปชป. กำลังตกเป็นผู้ต้องหา ทั้งยัง เน้นว่า "ไม่จำเป็นต้อง เร่ง ไม่จำเป็นต้อง ขยายความ, กล่าวอ้าง ให้ดู มากเกินไป, ผิดธรรมชาติ อีกไม่ช้าไม่นานก็จะ เป็นที่ประจักษ์ เอง "
จึงไม่รู้ว่าการพูดถึงสถาบันฯ ในขณะนี้ของสนธิ จนกระทำสร้างเป็นม๊อตโตของตัวเอง แถมเอามาแปะเป็นยี่ห้อของน.ส.พ. เข้าข่ายการเร่งขยายความตามคำเตือนข้างต้นหรือไม่

หรือจะใช้ตรรกะว่า หาก ปชป. ทำถือว่าเป็นวิชามาร แต่ถ้าสนธิ/เซี่ยงเส้าหลง/ผู้จัดการทำถือว่าเป็นการปกป้องสถาบันฯ
**********
ล่าสุดที่สนธิได้ประกาศฟ้องผู้บริหาร อสมท. เรียกค่าเสียหายหนึ่งบาท (ทำเพื่อเป็นสัญลักษณ์) นั้น ลองย้อนไปดูอดีตที่เซี่ยงฯ ตอบโต้ "สมเกียรติ อ่อนวิมล" แทนสนธิซิว่าเป็นอย่างไร เมื่อสมเกียรติกล่าวหาว่าสนธิรับเงินทักษิณมาฟื้นฟูกิจการ รวมทั้งจัดรายการทีวี อ่านทั้งหมดเอาเองที่นี่ แต่สรุปสั้น ๆ ว่า สนธิคือ "คนจริง" เป็นนักสู้ที่ไม่ขอใครเขากิน พร้อมย้ำว่า :
สนธิ ลิ้มทองกุลพูดอย่างรับสภาพในวันนั้นว่าถ้าจะมีเหตุให้ไม่ได้ทำ เมืองไทยรายสัปดาห์ ต่อไปก็ไม่เป็นไร แต่เขาจะไม่โวยวาย ไม่ฟูมฟาย เพราะนี่คือกติกาของบ้านเมืองนี้ที่สื่อโทรทัศน์สื่อวิทยุยังเป็นของรัฐ
เหอ... เหอ... พอเกิดเรื่องขึ้นจริงเป็นอย่างไร วิญญูชนย่อมแจ่มแจ้งในใจอยู่แล้วเนอะ
**********
ยังจำเหตุการณ์ที่รายการของ "เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง" ถูกปลดออกจากผังช่อง 9 ได้ไหม ตอนช่วงต้นของรัฐบาลทักษิณ ในเวลาใกล้เคียงกันกับที่รายการของสนธิเข้ายึดจอ อสมท. พร้อมสปอนเซอร์มากมาย เจิมศักดิ์ร้องเรียนว่าการเมืองกำลังแทรกแซงสื่อ พร้อมทั้งด่าสนธิว่าเข้าหาการเมืองเพื่อไม่ให้ธุรกิจของตนต้องล้มละลาย สนธิ/เซี่ยงเส้าหลงก็ออกมาตอบโต้เจิมศักดิ์คล้าย ๆ กับกรณีสมเกียรตินี่ละ หาว่าเจิมศักดิ์ออกมาโวยวาย คิดว่าตัวเองเก่งกาจมีความสามารถ แต่ที่แท้ก็อิงการเมืองไปทางประชาธิปัตย์เหมือนกัน พร้อมกลับเจิมศักดิ์ว่า เรื่องนี้เป็นเพียงการ "แทรกแซงเสี่ย" (คือทำลายผลประโยชน์ของเจิมศักดิ์ในช่อง 9) เท่านั้น
สำนักข่าวประชาไทยได้รายงานบทสัมภาษณ์ของเจิมศักดิ์ในกรณีรายการของสนธิถูกปลดว่า :
ในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังฮันนีมูนอยู่กับรัฐบาลทักษิณ 1 นั้น รายการของเขาถูกถอดออกจากผังแบบราบคาบทั้งรายการโทรทัศน์และวิทยุ วันนั้นเขาออกมาส่งเสียงดังๆ ว่า การเมืองแทรกแซงสื่อ....แต่ไม่เพียงว่า เสียงขานรับจากเพื่อนร่วมวิชาชีพจะไม่ดังอย่างเช่นวันนี้แล้ว เขายังเปิดแนวรบกับ เสี่ย ของบาง สื่อ ด้วยเหตุที่เขากล่าวพาดพิงว่า มีสื่อบางแห่งหันหน้าไปซูฮกรัฐบาลแลกกับความช่วยเหลือให้พ้นจากภาวะล้มละลาย
เขาถูกตอบโต้ทันทีว่า เหตุที่เขาร้องแร่แห่กระเชอเช่นนั้น เปรียบได้กับ ลูกหมา ที่มีนิสัยร้องเสียงดังเมื่อถูกทำให้เจ็บ ซึ่งไม่อาจเทียบได้กับ ลูกเสือ เจ็บแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยินเสียง
อย่างไรก็ตามเมื่อลูกเสือนั้นกำลังเผชิญกับสิ่งเดียวกับที่เขาเคยเผชิญ เขาแสดงความเห็นว่า.....
รายการคุณสนธิที่ถูกถอดโดยที่มีข้อกล่าวหาว่า คุณสนธิหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ผมคิดว่าก็ควรจะดำเนินคดีกับคุณสนธิในเรื่องนั้นๆ แต่ไม่ควรที่จะหาเหตุในการปิดสื่อ คนที่ปิดสื่อกำลังขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 39 และ 41 คือถ้าใครทำผิดกฎหมายก็ดำเนินคดีไปตามกฎหมายนั้นๆ เช่นการหมิ่นประมาท หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือเป็นกบฏในราชอาณาจักร หรือแบ่งแยกดินแดน แต่ก็ไม่ควรเอามาเป็นเหตุในการถอดผังรายการนี้ออกไป เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน
สื่อจะต้องมีเสรีภาพ เราจะต้องปกป้องเสรีภาพของคน แม้เราจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูด เราควรจะต้องปกป้องให้เขาได้มีโอกาสพูด เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยกับการถอดผังรายการนี้นะครับ
ช่วงท้ายของการสนทนาวันนี้ เขากล่าวฝากไปถึงลูกเสือตัวนั้นด้วยว่า...
อยากจะให้คุณสนธิร้องดังๆ เมื่อถูกปิด ควรจะต้องร้องดังๆ อย่าไปถือคติว่าลูกเสือไม่ร้อง มีแต่ลูกหมาเท่านั้นที่ร้อง อย่าไปถือคตินี้
(โค้ดมาให้อ่านกันเต็ม ๆ ถึงจะได้รสชาติ)
ผู้เขียนยังจำได้ว่า สนธิ/เซี่ยงฯ ได้เปรียบเทียบตัวเขากับเจิมศักดิ์ว่า "ขนาดของใจมันผิดกัน" เป็นนัยว่าเขาเป็นลูกผู้ชายกว่าเจิมศักดิ์ แต่ ณ วันนี้คงรู้กันแล้ว่าขนาดของหัวใจสนธินั้นแค่ไหน
อืม... มีคนชี้ให้ดูอีกว่า วันที่สนธิประกาศจะฟ้องอสมท. โดยอ้างว่าละเมิดรธน. มาตรา 39 และ 41 นั้น เป็นวันที่ 22 แต่ความเห็นทางกฎหมายของเจิมศักดิ์ซึ่งอ้างสองมาตรานี้ สำนักข่าวประชาไทได้เผยแพร่ไปก่อนแล้วเมื่อวันที่ 16 ก.ย. หลังวันที่รายการสนธิถูกปลดเพียงหนึ่งวัน ไม่รู้ว่าฝ่ายกฎหมายผู้จัดการไปงมหาอะไรอยู่ที่ไหน ตั้งสัปดาห์เพิ่งจะมาบอกว่าฟ้องแล้วนะจ๊ะ... อิอิ ไม่ได้กล่าวหาว่า "ลอกการบ้าน" กันแต่อย่างใดทั้งสิ้น
แต่อย่าลืมจ่ายค่าที่ปรึกษากฎหมายให้เขาบ้างก็แล้วกัน
edit @ 2005/09/25 16:47:27
edit @ 2005/09/25 16:59:05
edit @ 2005/09/25 17:03:31
edit @ 2005/09/25 17:05:44
edit @ 2005/09/25 18:21:02
edit @ 2005/09/25 18:21:37
นี่ใหญ่สุดแล้วนะครับ อิอิ ที่เคยเขียนมาเล็กกว่านี้ แต่ถ้าใหญ่กว่านี้มันจะเป็นตัวหนาอะ ไม่รู้จะแก้ยังไง
อย่างมีฟามสุขคร้าบ