2005/Oct/10

จบไปแล้วอะคาเดมี่ปีสอง, ใครคือผู้ชนะเลิศคงทราบกันดีแล้ว... ไม่ขอกล่าวซ้ำอีก ผู้เขียนขออภิปรายต่อจากที่ค้างไว้ นั่นคือนัยยะสำคัญอันส่งให้ AF ฤดูกาลนี้ต่างจากปีแรก ใครที่ติดตามทั้งสองปีรู้สึกบ้างไหม? ว่าซีซั่นที่สองมีการ "เปลี่ยนโจทย์" หรือคอนเซ็ปต์ของรายการนี้ ยังจำได้ว่าปีแรก UBC ประกาศรับสมัคร "นักล่าฝัน" คนธรรมดาที่ปรารถนาจะเป็น "ซุปเปอร์สตาร์" หรือทำงานในวงการบันเทิง ผู้แข่งขันทั้ง 12 คนที่ผ่านเข้าสู่บ้านสาริน จึงมีความฝันที่แตกต่างหลากกันไป มีหลายคนอยากเป็นนักร้อง แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยากเป็นนักแสดงหรือพิธีกร บางคนก็ยังไม่รู้จะเป็นอะไร รู้แต่ว่าอยากอยู่ในวงการ... เท่านั้นเอง พูดง่าย ๆ ว่ายังเบลอ ๆ อยู่เลย ทำให้ทักษะแต่ละคนต่างกันมาก บางคนร้องเพลงไม่ได้เรื่องก็มี การมากินนอนในบ้านเพื่อฝึกฝนทักษะอันจำเป็นสำหรับใช้ในงาน ไม่ว่าจะร้องเพลง ละคอน และเต้นรำ การขึ้นเวทีคอนเสิร์ททุกวันเสาร์ เป็นเพียงบททดสอบการฝึกฝนทักษะเหล่านี้

สำหรับฤดูกาลที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ นั้น ผู้เขียนต้องขอออกตัวว่า ในช่วงคัดตัวแทบไม่ได้ใส่ใจเลยทั้งที่ดังกว่าปีแรกเยอะ หากแต่จับใจความจากที่ทั้งครูทั้งนักเรียนคุยกันในบ้าน พอจะอนุมานได้ว่าในการ "ออดิชั่น" ทุกคนจะต้อง "ร้องเพลง" (ไม่ทราบว่าเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถด้านอื่นด้วยหรือเปล่า) ขณะที่ปีแรกไม่ได้กำหนดถึงขนาดนี้ สุดท้ายแล้วทั้ง 12 V ที่หลุดเข้ามา ต่างใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องหรือ "ศิลปิน" หมดทุกคน แถมยังมีทักษะร้องเพลงเล่นดนตรีกันเก่ง ๆ ทั้งน้านนน... เอามาหาค่าเฉลี่ยกลางแล้ว (โห... ว่าไปนั้น) เด็กในปีนี้น่าจะมีทักษะด้านร้องและดนตรีสูงกว่าปีแรก ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก เช่น วิทย์เทียบกะจุ้มจิ้มแล้ว อยู่คนละขั้วโลกเลย

เมื่อโจทย์ (คอนเซ็ปต์รายการ) เปลี่ยน องคาพยพต่าง ๆ ของ AF ก็ต้องปรับตามไปด้วย... แม้แต่ชื่อย่อ AF หรือ UBCAF ก็เพิ่งมาใช้กันปีนี้เอง แต่ก่อนจะเรียกคำเต็ม หรือไม่ก็แค่ว่า "อะคาเดมี่ฯ "

มีอีกรายการที่จัดได้ว่าเป็นคู่แข่งแถมยังถือกำเนิดก่อนหน้า 1 ปี นั่นคือ "เดอะสตาร์" ผู้เขียนไม่เคยดูเดอะสตาร์ทั้งปีแรกและปีสอง (ปีเดียวกับ AF ปฐมฤกษ์) แค่ใช้รีโมทเปิดผ่านเท่านั้น แต่เคยฟังเพื่อนซี้คอมเม้นท์ว่า เวทีเดอะสตาร์ร้องเพลงเจ๋งกว่าอะคาเดมี่เยอะ ผู้เขียนแย้งว่าเดอะสตาร์เขาเน้นปั้นนักร้องอย่างเจาะจง หากแต่อะคาเดมี่ฯ มันกว้างกว่านะ เพราะเขาแค่สร้างคนทำงานในวงการเท่านั้น ส่วนจะทำอะไรนั้นอีกเรื่อง ขอแค่ดังเท่านั้นเป็นพอ พร้อมยกตัวอย่าง สรยุทธ กาละแมร์ หรือแม้แต่เดวิท แบคแฮม พวกนี้ไม่ได้มีอาชีพทางบันเทิงสักหน่อย แต่ก็จัดเป็น "ซุปเปอร์สตาร์" นะโว้ย... (ดังแล้วเขาก็มาชวนไปร้องเพลงเองละ ประมาณว่าคนดังทำอะไรห่วยก็น่าดู โอ้ละหนอ.... )

ทำให้ผู้เขียนตั้งสมมุติฐาน... : P พูดเสียหรูเชียว... ก็ "เดา" นั่นละว่า เป้าหมายแห่งการรื้อคอนเซ็ปต์ของ UBC ครั้งนี้ เพราะต้องการจะชน "เดอะสตาร์" ของบ.เอ็กแซค (ในเครือแกรมมี่) ที่กำลังจะตามมานั่นเอง เห็นโปรโมทโครงการสามกันแล้ว... งานช้างชนช้าง น่าดูชม

************

เมื่อรูปแบบเปลี่ยนเป็น reality show หานักร้องขวัญใจมหาชนจาก sms ไม่แปลกอะไรที่ครูสอนร้องเพลงจึงมีบทบาทสำคัญยิ่ง แถมยังแห่กันมาตั้งหลายคน เยอะกว่าทุกสาขาทีเดียว การเรียนวิชาอื่นไม่ว่าการแสดงหรือเต้น เป็นเพียงการฝึกฝนเพื่อประกอบเสริมให้การแสดงบนเวทีสมบูรณ์แบบ

เทียบกับปีก่อนหน้า (คิดว่าความจำผู้เขียนยังไม่เลอะ อิอิ) คิดว่าครูทุกสาขามีบทบาททัดเทียมกันพอกัน แถมจำนวนก็พอ ๆ กันด้วย ครูสอนร้องแม้จะสำคัญเพราะทุก V และทุกสัปดาห์จะต้องขึ้นคอนเสิร์ท ก็มิได้ล้ำหน้ากว่าครูอื่นเลย โดยส่วนตัวแล้วยังคิดว่า ครูที่มีบทบาทสูงคือครูการแสดง ทั้งครูรักและครูแอ้นท์สองศรีพี่น้องเป็นแกนนำไง... และยังรู้สึกว่าเป็นการสอนเพื่อให้ไปเล่นละคอนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

กิจกรรมของเด็กรุ่นแรกนั้นมีทั้งงานส่วนตัว (ร้องเพลง) และงานกลุ่ม (เช่น ละคอน ) จึงทำให้รู้สึกว่าพวกเขาอยู่รวมเป็นกลุ่มก้อน มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันในหมู่นักเรียน ไม่แยกห่างต่างคนต่างฝึกซ้อมเป็นปัจเจกเฉกเช่นรุ่นสอง ซึ่งมีครูคอยช่วยเหลือเยอะเหลือเกิน ไม่รู้ว่าซีซั่นนี้, ทางรายการมีประสบการณ์จากปีแรกแล้วเห็นว่าบ้านมันว่างเกินไปมั้ง... ครูไม่รู้มาจากไหน แถมแขกรับเชิญอีกเป็นกุรุส เยอะจริง ๆ เด็กส่วนใหญ่จึงมีปฏิสัมพันธ์กับครูไปพร้อมกับเพื่อนด้วย ดูเหมือนบรรดาครูในรุ่นสองจะ "แทรกเป็นยาดำ" อยู่ตลอด อย่างเช่นครูใหญ่ที่มักแสดงบทบาทให้นักเรียนมา "เปิดใจ" แถมยังหยอดข้อคิดคำคมเกือบจะทุกชั่วโมง แทบจะเป็น Breaking News ไปเลย ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมันช่างเต็มไปด้วย rational เสียจริง แหม... น่าเหนื่อยแทน...

ยังจำฉากประทับใจในรุ่นก่อนได้ดี ที่หนุ่มเคนั่งคุยกะคุณหมอจุ้มจิ้มในเรื่องส่วนตัวยิ่ง แน่นอนคือเรื่องแฟนของหมอนั่นเอง เคถามว่าเคยมีแฟนหรือยัง พี่จิ้มตอบว่าเคยแต่ตอนนี้เลิกแล้ว (เฮ.... หวังโว้ย...) และตอนที่ซีแนมกับอ๊ออฟทะเลาะกันหนัก ขนาดครูเจี๊ยบต้องพาเข้าห้องเคลียร์กัน บรรยากาศอะไรอย่างนี้แทบไม่เห็นในรุ่นสอง หรือมีแล้วไม่ได้เห็นก็ไม่ทราบ เพราะบอกแล้วว่า ไม่ค่อยได้ติดตามอย่างจริงจังแบบรุ่นแรก

นั่นละทำไมผู้เขียนถึงบอกว่า สภาพในบ้านไม่ต่างจาก "ภาพนิ่ง" ก็เมื่อแต่ละ V รับโจทย์ก็แยกย้ายกันฝึกซ้อม ครูร้องเพลงก็กระจายตัวกันดูแล แทบจะตัวต่อตัวก็ว่าได้ เด็กแต่ละคนต่างหมกหมุ่นอยู่กับการซ้อมร้อง ร้อง ร้อง... ซ้อมออกลีลาท่าทางบนเวที เน้นหนักแต่ฝึกฝนทักษะส่วนตัว หากมีปัญหาก็ปรึกษาครูได้ทันที เปิดทีวีตอนบ่ายสามกลับมาดูอีกทีตอนสี่ทุ่ม อีกทีตอนตีหนึ่ง ก็มีลักษณะเดิม ๆ คือซ้อมลูกเดียว ถ้าเปิดเจอชั้นเรียนก็โชคดีเพราะได้ดูอะไรใหม่ ๆ มาขั้นบ้าง

หากลองให้นิยามกันเล่น ๆ ตามกระแสปฏิรูปการศึกษา อะคาเดมี่ฯ ปีแรกมีลักษณะ learning โดยมี "นักเรียนเป็นศูนย์กลาง" ขณะที่ล่าสุดกลับเป็น teaching มี "ครูเป็นผู้สอน" (เหอ เหอ ใหลไปได้ไงว่ะ )

************

ย้อนกลับไปข้างต้น... ทำไมต้อง AF ต้องชนค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ในเมื่อเด็กรุ่นที่แล้วทั้ง 11 คน UBC ให้แกรมมี่เป็นคนดูแลจัดการ แถมเขายังออกเทปให้ตั้ง 6 คน... อิอิ

ตอบไม่ยาก... แต่ต้องฟื้นอดีตในช่วงกระแสอะคาเดมี่มาแรงมาก ทำให้มีการพูดถึงเดอะสตาร์โครงการสองว่าต้องเจอศึกหนัก เพราะเกิดตัวเปรียบเทียบขึ้นแล้ว แถม UBC ยังมีช่องสัญญาณให้ออกอากาศได้ 24 ชม. อย่างที่แกรมมมี่ไม่มี "อากู๋" ผ่าทางตันด้วยวิถีทางธุรกิจอันถนัดคือเทคโอเวอร์แม่งเลย มึงเก่งก็อย่าปล่อยให้ไปอยู่กับฝ่ายศัตรูมาแข่งกันทำมาหากิน เอามาเป็นพวกเราเองเสียดีกว่า... ประมาณว่าตัวเองทำ CSinternet อยู่แล้ว แต่มีอีกเจ้า Loxinfo มาแรงแซงโค้ง ก้อ... ควบรวมกิจการมันเสียเลย คุ้น ๆ เนอะ...

ไม่รู้เจรจากันท่าไหนยูบีซีขายเหมาเข่งให้ "อากู๋" ไปเลย แต่อย่างว่าลูกเลี้ยงหรือจะสำคัญเท่าเลือดในอกอย่างบ.เอ็กแซค บรรดา AF รุ่นแรกจึงเป็นแค่เกรดบีเท่านั้น พูดง่าย ๆ ว่าถูกซื้อเอาไปดอง พุธโธ่... เรื่องจะทำให้ดังนะ... แกรมมี่คือมืออาชีพอยู่แล้ว แต่นี้พี่ "ไม่อัด" บ้างเลย โถ UBC อุส่าห์ลงทุนเป็นล้านแต่กลับไม่สามารถนำมาต่อยอดเก็บเกี่ยวผลประโยชน์กลับคืน หรือนำมาซึ่งความภาคภูมิใจว่า ซุปเปอร์สตาร์คนนี้เกิดมาจากอะคาเดมี่ฯ ว่ากันว่าเด็กจากอะคาเดมี่ฯ ไปอยู่ใต้แผนกดูแลศิลปินซึ่งเป็นแผนกเล็ก ๆ ไม่มีพาวเวอร์อะไร ขณะที่เด็กจากเดอะสตาร์นั้นสังกัดบ.เอ็กแซค-หัวแก้วหัวแหวนของแกรมมี่- จึงได้รับการผลักดันมากกว่า

น.ส.พ.ดาราเดลี่ ฉบับ 8-9 ต.ค. 48 (ของค่ายอาร์เอส : P เสียด้วย) รายงานข่าวว่า "ปีนี้ "แกรมมี่" ไม่เกี่ยว" UBC จะดูแลทั้ง 12 เอง เข้าใจว่าคงได้ประสบการณ์มาพอสมควร เหอ เหอ

เคยสงสัยไหม... ทำไมในภาคสองไม่มีบรรดานักล่าฝันปีแรกมาร่วมแจมเลย แวะมาเยี่ยมที่บ้านหรือเป็นศิลปินรับเชิญบนเวที (เท่าที่ดูผ่าน ๆ ไม่เห็นเลยนะ เคยเห็นจุ้มจิ้มมาดูคอนเสิร์ทอยู่วันเดียวแล้วก็หาย) ทั้งที่ตามแชทและในเว็บบอร์ดก็มีเสียงเรียกร้อง เดาอีกว่า "เขาคนนั้น" คงสั่งไม่ให้มายุ่งนั้นเอง... แค้นนี้จึงต้องชำระ...

หมายเหตุ : เนื้อความทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์ด้วยมุมมองส่วนตัว มิได้มีหลักฐานใด ๆ ยืนยันว่าเป็นจริง กรุณาใช้วิจารณญาณก่อนจำไปเล่าต่อให้คนอื่นฟัง : D เพราะผู้เขียนไม่ขอรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น :- ) ไว้งวดหน้ามาว่ากันต่อ...


edit @ 2005/10/10 06:41:36
edit @ 2005/10/26 16:25:34
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขนาดใช้วิจารณญาณแล้ว ยังรู้สึกเลยว่า จริงแหะ
ปีแรกเรายังเรียก อะคาเดมี่ ตอนนี้เรียก AF ติดปากซะงั้น
ดาราเดลี่ก็ใช่ย่อย เป็นมุมมองที่เรามองข้ามไปจริงๆ

เรื่องที่ไม่มีนักล่าฝันปีแรกมาร่วมกิจกรรมนั้น เห็นว่า เป็นกฏทางเม็กซิโกบังคับไว้ (สงสัยคงกลัวแย่งซีนกันมั่ง)

แต่เราก็อดผิดหวังเล็กๆตอนคอนเสิร์ตสุดท้ายของปีนี้ไม่ได้ ตอนที่ปิดไฟเซอร์ไพรส์นั่น เราก็แอบลุ้นจะได้เห็นวิทย์ จีน ออฟ ฯลฯ ขึ้นมาร้องเพลงให้ พอไฟเปิดป๊บ ก็เห็นเทรนเนอร์...

เสียใจเล็กๆ
แต่ได้ฟังเสียงครูการต์+ครูรักร้องเพลงก็ดีใจนะ

อีกเรื่องที่น่าแปลกใจคือ ปีนี้ยังไม่ได้ข่าว The Star เลย
ปกติน่าจะรับสมัครกันได้แล้วมั่ง

ติดตามบล็อกพี่นะค่ะ
#1  by  kororo At 2005-10-10 11:54, 
เขียนได้ดีมากครับ โดยเฉพาะที่บอกว่าเป็นการวิเคราะห์ มุมมองส่วนตัว...

คนไทยเราส่วนใหญ่ แยกความแตกต่างระหว่างความเห็นกับข้อเท็จจริง

ไม่ออก
#2  by  ลูกตาล แฟนคลับ (67.130.143.12) At 2005-10-14 04:33, 
มาแสดงความคิดเห็นช้าไปหรือเปล่า

เรื่อง The Star ของแกรมมี่กับ AF1 จริงๆ แล้ว เราก็ว่าแป๊กทั้งคู่อ่ะค่ะ เพียงแต่ที่ The Star มีทางออกมิเดียได้มากกว่า เพราะเอ็กแซก มีเวลาโฆษณาของตัวเอง(ตามรายการต่างๆ และละคร) ในขณะที่ AF 1 ต้องไปแย่งมีเดียกันเองกันนักร้องใน GMM กว่า 100ๆ วง เอ็กแซกก็เลยสามารถโปรโมทได้เยอะกว่าและยังเอาไปเล่นละครได้ด้วย ก็เลยเหมือนจะดังกว่ามั้ง
#3  by  txt2gether At 2005-10-21 11:14, 
#4  by  วิทย์ (203.144.198.193) At 2005-11-18 20:13, 

<< Home


Mr.Golffee
View full profile