วันนี้ 14 ตุลา... พอดี วีรชน การต่อสู้ เสรีภาพ ประชาธิปไตย ฯลฯ มาว่าด้วย "เอเอฟ" ต่อแล้วกัน หุหุ
หายไปหลายวันเพราะขึ้เกียจกลับมาขยันได้แล้ว อยากจะขึ้น topic ใหม่ ทว่าขอย้ำความในตอนที่แล้วต่ออีกหนึ่งรอบดีกว่า ด้วยบังเอิญเจออะไรที่ "โดนใจ" ผู้เขียนอย่างแรง เพื่อนยืนยันว่ามีคนอื่นที่คิดเห็นคล้ายกับผู้เขียน และคนนั้นก็มิใช่ใคร "นายสะอาด" หรือที่รู้จักว่า "ครูเป็ด" มนต์ชีพ ศิวะสินางกูล ขาประจำเวทีคอนเสิร์ทของอะคาเดมี่ผู้นี้นี่เอง... : )
0 ถ้าจะเปรียบเทียบภาพรวมของนักล่าฝันในครั้งแรกกับครั้งที่สอง มองว่าอย่างไร
แตกต่างกันเลย คือเอาตัวน้องๆ ที่เข้าสู่บ้านนี้ก่อน โดยส่วนตัวผมคิดว่า ปีที่แล้วคนเข้ามามีความน่าสนใจกว่า เพราะว่าปีที่แล้วแต่ละคนมีความแตกต่างอย่างชัดเจน โอเคเรื่องเก่งไม่เก่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่บุคลิกลักษณะของน้องๆ เมื่อครั้งที่แล้วแต่ละคนทำให้เรารู้ ทำให้เราจำได้ว่าพวกเขาเป็นสีที่เจำได้ว่ามันมีแดงมีเขียว น้ำเงิน มีเหลือง มันแตกต่างกันอย่างชัดเจน เรื่องความแตกต่างเป็นเรื่องที่ทำให้คนจำได้ และมีความน่าสนใจว่า นี่คือวิทย์ คนนี้คือจีน ซีแนม คืออ๊อฟ แต่ละคนมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่แตกต่างอย่างชัดเจน
แต่ปีนี้ความแตกต่างตรงนี้มันน้อย แน่นอนว่าไม่มีใครเหมือนใครร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่ว่าเราจะเห็นได้ว่าแต่ละคนใน AF 2 มาจากสังคมที่มีความใกล้เคียงกัน ก็เลยไม่มีสตอรี่ แต่คนที่มาจากต่างสังคมกัน เวลาเข้ามาแล้วจะมีสตอรี่ คนที่มาจากสังคมเดียวกัน เข้ามาก็จะมาเออออห่อหมกกันไปได้ นั่นคือข้อหนึ่ง
ข้อที่ 2 ก็คือเวลาที่จะพูดคุยให้คนจดจำนักล่าฝันแต่ละคนเนี่ย มันไม่มีแง่มุมอะไรที่แหลมคม คนเก่งก็เก่ง แต่ว่าไม่ได้ถือว่าเก่งมาก ไอ้คนไม่เก่ง แต่ก็ไม่ถือว่าเลวร้าย แต่ปีที่แล้วมันทุกทิศทาง ปีนี้ก็เลยยังไม่แหลมคมเท่าปีที่แล้ว
0 ครั้งนี้พวกเขามีมาตรฐานโดยเฉลี่ยทั้งหมดแค่ไหน
มาตรฐานใกล้เคียงกันมากกว่า ถือว่าค่าเฉลี่ยของน้องทั้ง 12 อยู่ในค่าเฉลี่ยที่เท่ากัน ไม่ต่างกันมาก แต่ปีที่แล้วมันมีต่างกันมาก คนที่ไม่ดีก็มีเรื่องราวที่ทำให้คนชื่นชอบได้
คงไม่ต้องแปลความหมายหรือถอดรหัสสิ่งที่ครูเป็ดพูดอีกรอบนะ... มันแจ่มในตัวหนังสืออยู่แล้ว แต่จะขออภิปรายเสริมเติมสิ่งที่ขาดตกไปในครั้งก่อน พร้อมปวดกบาลกันหรือยัง FC ทั้งหลาย
************
สรุปก่อนว่า สิ่งที่ UBC ต้องคิดหนักก่อนจะเริ่มโครงการปีที่สองคือ
- รูปแบบรายการที่ซ้ำเดิม เอาคนไปเก็บตัวในบ้านทั้งวันทั้งคืน แล้วออกคอนเสิร์ทวันเสาร์ จะสอดแทรก/ปรับเปลี่ยนอะไรให้มันมีความน่าตื่นตาตื่นใจกว่าเก่า
- เอาคืน "อากู๋" ที่ฉกเอาเด็ก AF 1 ไป ตอนแรกรับปากดิบดีว่าจะเป็นเมียแต่ง แต่กลับกลายเป็นเมียน้อย เหอ เหอ
จากประสบการณ์ในปีแรกบวกกับสองข้อข้างต้น จึงนำมาสู่ "อลังการงานสร้าง" ในปีที่สอง โปรดักชั่นต่าง ๆ ทั้งการตกแต่งภายในบ้านพัก เวทีคอนเสิร์ท เครื่องแต่งกาย ดนตรี ฯลฯ นับว่าลงทุนอย่างใหญ่โตโอฬาริก ต่างจากปีแรกอย่างเห็นได้ชัดอย่างดำ-ขาว เป็นเพราะปีนี้ผู้จัดมีเป้าหมายชัดว่า จะจัดการอย่างไรกับทั้งสิบสองคน นั่นคือถือเป็นสินทรัพย์ของบริษัทที่จะต้องจัดการเองไม่ให้ใครมาสัมปทานรับช่วงต่อไปอีก ฉะนั้นใน 12 สัปดาห์ ต้องปั้นให้พวกเขาดังอย่างรวดเร็วที่สุด พอจบรายการปุ๊บต้องใช้งานได้ปั๊บ ส่งไปออกรายการ/เดินแบบและอีกสารพัดได้ทันที อิอิ เมื่อเป็นหนทางจะ "ถอดทุน" ก็ไม่แปลกอะไรที่จะกล้า "ลงทุน" เนอะ
ถ้าใครจำปีแรกได้เราจะเห็นว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เราจะรับรู้ผ่านหน้าจอทีวีเป็นหลัก งานที่เรียกว่า "เบื้องหลัง" จะมีน้อยมาก แต่มาปีนี้ดูเหมือนกับว่าโปรดักชั่นที่ยิ่งใหญ่จะทำให้เรา "รู้สึก" ว่ามันมีเบื้องหลังบางอย่าง นอกจากการฝึกซ้อมร้องเพลงของนักเรียน ที่คนดูทางบ้านไม่สามารถ "มองเห็น" ได้ แต่ก็รับรู้และเชื่อว่ามันมีอยู่จริง เน้นว่าเป็น "ความรู้สึกของคนดู" ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหนอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งที่ในซีซั่นแรกมันก็อาจจะมีเบื้องหลังเหมือน ๆ กันละ แต่เรา (หรือข้าพเจ้าเอง อิอิ) กลับไม่รู้สึกสำเหนียกว่ามันมีอยู่ แค่เห็นภาพบนหน้าจอที่เขาประกาศว่าคือรายการ reality show ก็ถือว่าได้รับข้อมูลข่าวสารเพียงพอแล้ว
ตัวอย่างเช่น ปีแรกจะมีทีมงานเอาไวร์เลสไมโครโฟนเดินโทง ๆ เข้ามายื่นให้ บางทีก็มีแม่บ้านมาเช็ดถูปัดกวาด หรือเอาอาหารมาส่งไว้บนโต๊ะอาหารในบ้าน ภาพพวกนี้เราจะได้เห็นหมด แต่ปีนี้จะทีมงานจะไม่ตัดภาพพวกนี้มาให้ดูเลย ซึ่งเข้าใจว่ามันต้องมีอยู่เหมือนเดิม นอกจากนี้จากการสนทนาพูดจาระหว่างนักเรียนกับบรรดาครู ๆ จะรู้ได้ทันทีว่า มีกิจกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นแต่เราไม่เห็น เช่น ลองชุดหรือ fitting , การวางคอนเซ็ปต์แต่ละสัปดาห์ อะไรจำพวกนี้
การออนแอร์ในบ้าน 24 ชม. เหมือนจะให้เราเห็น "เบื้องหลัง" ของการขึ้นเวทีของนักล่าฝันแต่ละคน ว่ามีประพฤติกรรมเป็นใดบ้าง นี่ละคือความพยายามของผู้จัดรายการที่จะบอกว่าเป็น reality ของจริงแท้แน่นอน (ต่างจาก "เดอะสตาร์" ที่ใช้วิธีตัดต่อทำเป็นไฮไลท์ออกอากาศแค่วันละไม่กี่ชั่วโมง) แต่ในภาพ "เบื้องหลัง" มันก็ยังมี "เบื้องหลัง" ซ้อนขึ้นมาอีกชั้น ที่เป็นการเตรียมงานการโปรดักชั่นต่าง ๆ ไม่แปลกอะไรที่จะเกิด conspiracy theory กับรายการนี้ตลอดทั้งสองปีที่ผ่านมา และก็จะเกิดขึ้นตลอดไปด้วย ที่ว่าการจะให้ใครอยู่หรือออกจากบ้านอยู่ในกำมือของผู้จัดคือ UBC ใครเรตติ้งไม่ดีไม่มีใครอยากดูแล้วก็ปล่อยไป หรือแบบว่า
ในสัปดาห์ที่ 'ว่าน' ถูกโหวตออกจากบ้าน เหตุผลจริงๆ น่าเป็นเพราะเขาแสดงความสนิทสนมกับ 'พัด' มากเกินกว่าเพื่อนมากกว่า เมื่อเป็นอย่างนี้ 'ผู้จัด' ก็เลยตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้มีเรื่องชู้ฉาวแบบ 'Big Brother'
ไม่แปลกที่วิธีคิดอย่างนี้จะเกิดขึ้น แม้สิ่งที่ปรากฎอยุ่ตรงหน้าปะยี่ห้อว่า reality แบบจริงโคตร ๆ ไม่เห็นเหรอ... เอามาให้พวกมึงดู 24 ชม. ว่าใครเก่งสามารถ ใครอุสาหะพยายาม ใฝ่ดีเป็นกิจวัตร ใครห่วยแตกแต่ยังขี้เกียจ แถมนิสัยยังแย่อีก ดูเอาแล้วก็ตัดสินใจเอาว่าจะชอบจะเชียร์ใคร... ทว่าด้วยสำนึกของคนเฝ้าดู ที่ตระหนักอยู่เสมอว่าเป็น "ความจริง" ที่กำลังถูก "จัดการ" หรือเรียกสลับกันให้เท่ห์ว่า "การจัดการความจริง" (จำไม่ได้ว่าเคยได้ยิน/อ่านจากที่ไหน) จึงยังเชื่อว่าเมื่อมีเบื้องหน้าก็ต้องมี "เบื้องหลัง" อยู่หลังฉากกั้นอีกหนึ่งระดับ ดังนั้น ไอ้รายการ reality show ที่กำลังฮิต มันก็คือรายการที่สร้างให้คนดู "เชื่อว่าจริง" นั่นแล
แล้ว reality show อย่าง ตันหยงลิมอ-ตากใบ-กรือแซะ และอีกมากมาย ที่รับรู้ผ่าน "ข่าว" ไม่ว่าจะเป็นน.ส.พ.หรือทีวี ที่เรารับรู้แค่เพียงเสี้ยวส่วนของมันเท่านั้น มันผ่าน "การจัดการความจริง" จากจุดที่เกิดเหตุมากี่ขั้นตอน... กว่าจะมาปรากฎบนจอทีวีบนหน้าน.ส.พ.ให้เราดู/อ่านกันถึงบ้าน สุดท้ายแล้วจะเชื่อใครดีละ ทักษิณ-อานันท์-ปชป.-ไทยรัฐ-บางกอกโพสต์-สรยุทธ-เจิมศักดิ์ ฯลฯ ที่ทำให้คุณเชื่อว่านั่นละ reality หรือคุณจะเชื่อตัวคุณเอง... การตัดสินใจกระหน่ำโหวตให้ V ต่าง ๆ มาจากสิ่งที่ทุกคนเห็นอยู่ตรงหน้าหรือมาจากเสียงกระซิบที่สั่งจากข้างในกันแน่... ท่าทีเห็นใจหรือประมาณมุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้ มาจาการรับรู้ภายนอกหรือสิ่งที่คุณเชื่อมาแต่นมนานกันแน่... ตอบยากเนอะ... เพราะบางทีมันอาจจะเป็นทั้งสองอย่างนั่นละผสมกัน... ปวดหัวจัง...
ต่อให้ UBC เอากล้องไปติดให้เต็มสามจังหวัด ถ่ายทอดสดให้ตลอดวันและคืน ใช่ว่าเราจะรับรู้อย่าง absolute ได้ว่า "ความจริงสมบูรณ์แบบ" คืออะไรกันแน่... ไม่ต่างอะไรจาก AF ที่หลายคนก็ยังติดค้าง อยากจะรู้ว่า "ความจริงทั้งหมด" คืออะไร ทำไมคนนี้แฟนคลับเยอะคนกรี๊ดแต่ต้องออกจากบ้านไปก่อน... แต่สักพักก็คงจะลืม แล้วค่อยมาสงสัยกันใหม่ในฤดูกาลหน้า
edit @ 2005/10/14 12:37:42
edit @ 2005/10/14 12:41:39
edit @ 2005/10/26 16:25:01