เมื่อคืนส่งหนังสือร้องเรียนไปที่ เอไอเอส เซ็งมากเวลาโดนตัดสัญญาณ จนครั้งนี้ต้องระบายเป็นตัวอักษร เป็นหลักฐานยืนยันความคิดของตัวเอง และเชื่อว่าอีกหลายคนคงคิดเช่นเดียวกัน อ่านเอาเพลินนะครับ
.................................................................................................................
เรียน ท่านผู้มีอำนาจ
ผมเป็นผู้ใช้บริการหมายเลย 019885--- ได้ติดค้างค่าบริการมาหลายเดือน ด้วยไม่ว่างไปจ่าย พอมีเวลาจะไปจ่าย ศูนย์เทเลวิซก็ปิดบริการเสียก่อน ขอโทษที่ต้องบอกว่า ช่วงนี้ผมไม่ค่อยเดินห้าง
วันนี้ผมจะใช้โทรศัพท์ติดต่องาน ปรากฎว่าโดนตัดสัญญาณ โดยไม่รู้ตัว... ผมโทรไปที่ callcenter เพื่อบอกว่าจะไม่จ่าย 107 บาท ซึ่งเป็นค่าต่อสัญญาณอย่างเด็ดขาด พนักงานบอกว่า "เคยยกเว้นให้ครั้งหนึ่งแล้ว หากจะให้ยกเว้นอีก ต้องขอคำยืนยันว่าจะไม่มีครั้งหน้าอีก หากไม่รับปาก คุณจะต้องจ่าย 107 บาท" ผมยินดีรับปาก และบอกว่าจะไปจ่ายที่ใกล้ที่สุดในเวลานั้น เพราะอยากโทรศัพท์เหลือเกิน ที่รับเงินของ AIS ใกล้ตัวผมที่สุดคือ ร้านเทเลวิซสาขาบางลำภู (ซึ่งไปมาสองสามครั้งช่วงหนึ่งทุ่ม เพิ่งมาทราบว่าปิดหกโมงเย็น แถมยังมีวันหยุดด้วย) แต่ขณะนั้นหนึ่งทุ่มแล้ว เดาได้เลยว่าร้านปิด...
เจ้าหน้าที่คนนี้โทรไปที่ร้านให้ แต่ไม่มีคนรับสาย จึงบอกผมว่าให้ไปหาที่จ่ายแถวนั้น เพราะว่า "เรามีศูนย์บริการเต็มพื้นที่" ("แต่ไม่เต็มเวลา หากหัวค่ำก็ต้องเข้าห้างสถานเดียว พูดทำไมวะ" - ทั้งหมดนี้ ผมนึกในใจ) หรือไม่ก็รีบจ่ายพรุ่งนี้ตอนเช้า พอจ่ายเงินแล้วให้โทรมายืนยันกับตัวเขา เขาจึงจะเปิดสัญญาณให้โดยไม่เก็บ 107 บาท เพราะยังอยู่เวร สามารถจัดการให้ได้
ร้านนี้ละใกล้ที่สุด เดินไป 100 เมตรก็ถึงแล้ว แต่มันปิด เขายืนยันว่าจะไม่เปิดสัญญาณเด็ดขาดจนกว่าจะจ่ายเงิน แล้วก็โทรมาแจ้งเขาว่าจ่ายเงินแล้ว ผมปฏิเสธว่าจะไม่โทรกลับไปหาอย่างเด็ดขาด เขาหัวเราะ... จากนั้นผมวางสาย
เพื่อความแน่นอน ผมเดินไปที่ศูนย์เทเลวิซบางลำภู ปรากฎว่าปิดจริง จึงนั่งรถเมล์ไปเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เพื่อจ่ายเงินที่ค้างทั้งสามเดือน อ้อ... เขาให้ผมเข้าห้องเซเรเนดด้วย เจ้าหน้าที่ศูนย์รับเงินแล้วบอกว่า ให้ผมโทรแจ้งกับคนที่ callcenter ที่รับเรื่องผมไว้ด้วย ผมปฏิเสธว่าจะไม่โทรไป เจ้าหน้าที่ศูนย์ปิ่นเกล้าบอกว่า ไม่เช่นนั้นก็ยังจะไม่เปิดสัญญาณ เพราะมีการบันทึกข้อมูลไว้ว่า ต้องให้ผมโทรกลับไปแจ้งเขา เขาถึงจะเปิดสัญญาณให้คุณ
ผมถามว่าจะปิดเบอร์ต้องทำอย่างไร เขาบอกว่าปิดได้เลยทันที สัญญาณจะถูกตัด ณ เวลานั้น ผมบอกว่ารอให้ครบรอบวันที่ 19 ค่อยปิดได้ไหม เจ้าหน้าที่ศูนย์บอกว่า ไม่มีการปิดเบอร์ล่วงหน้าเด็ดขาด ผมจึงไม่ได้ปิดเบอร์ของผม เพราะยังจำเป็นต้องใช้งานอีกระยะ
เมื่อชำระเงินเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ศูนย์ย้ำว่าผมต้องโทรไปหาเขา ผมปฏิเสธอย่างแข่งขันพร้อมชี้แจงว่า ไม่ใช่หน้าที่ของผม ผมมาจ่ายเงิน หมดหน้าที่ของผมแล้ว แต่เป็นเรื่องที่ "พวกคุณต้องประสานงานกันเอง ต้องบริการผม" เจ้าหน้าที่ศูนย์ถามอีกว่า คุยกับเขาอย่างไร ทำไมเขาถึงบันทึกข้อมูลของคุณอย่างนี้ ผมต้องอธิบายว่า เจ้าหน้าที่ callcenter บอกให้ผมโทรกลับหลังจ่ายเงินแล้ว แต่ผมบอกปฏิเสธเขาก่อนวางสายแล้ว แสดงว่าสิ่งที่เขาบันทึกนั้นเป็นเท็จ ผมย้ำอีกว่า "เขาคนนั้นสมควรจะมอนิเตอร์เองว่าผมจ่ายเงินเมื่อไหร่" จากนั้นผมลุกจากเก้าอี้เดินออกจากศูนย์ แต่ก็เห็นว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์กำลังกดโทรศัพท์ เข้าใจว่าโทรไปหาเจ้าหน้าที่ callcenter คนนั้น แล้วผมก็โทรออกได้... สมใจอยาก...
ปัญหาของผม
1. การเก็บค่าเปิดสัญญาณ 107 บาท เป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมสำหรับผู้ใช้ในระบบจดทะเบียน จริงอยู่ว่ามันคือข้อตกลงหนึ่งในสัญญาใช้บริการระหว่างผมกับบริษัท แต่ไอ้เงื่อนไขนี้ เข้าใจว่ามีมาตั้งแต่เริ่มมีโทรศัพท์มือถือในบ้านเรา ...ก่อนหน้ามีระบบบัตรเติมเงิน... การคงกติกานี้ไว้เท่ากับผลักให้คนใช้ระบบจดทะเบียนหันไปใช้ระบบ Pre-Paid เพราะเมื่อเงินหมดหรือหมดอายุการใช้งาน ก็เอาเงินไปเติม ไม่เห็นต้องจ่ายค่าเปิดสัญญาณ... ช่วง 3-4 ปีมานี้ มีการวิจารณ์มากพอสมควร พรรคฝ่ายค้านก็เอาไปพูดในสภา ว่าเป็นบริการที่ไม่เป็นธรรม เอาเงินของผู้ใช้ไปก่อน เอาไปกองไว้กับตัวเอง นอนกินดอกเบี้ยสบาย ๆ พอลูกค้าใช้เงินไม่ทันตามกำหนดเวลาก็ริบ เขาใจว่าระบบบัตรเติมเงินนี้คือรายได้อันเป็นกอบเป็นกำของบริษัท หาใช่ในระบบจดทะเบียน
ที่สำคัญคือ ขณะนี้รัฐบาลกวนขันเรื่องบัตรเติมเงินไม่ใช่หรือ พยายามให้หันมาจดทะเบียนให้หมด เพื่อควบคุมไม่ให้เอาไปวางระเบิด หรือว่า AIS ไม่สนองนโยบายรัฐบาล
จงยกเลิกไอ้เงินกินเปล่า 107 บาทเสีย... เพราะในทางปฏิบัติแล้วไม่จำเป็นต้องเก็บ ขนาดบริษัทให้อำนาจเจ้าหน้าที่ callcenter พิจารณายกเว้นได้ ดั่งเช่น จะไม่เก็บเงินจำนวนนี้กับผม... แสดงว่า "เก็บก็ดี-ไม่เก็บก็ได้" ใช่ไหม ??? แล้วผู้บริโภคคนอื่นที่ไม่โวยวายแบบผมละ... โดนฟันไปเท่าไหร่แล้ว
2.ทำไมเมื่อจ่ายเงินแล้วต้องให้ผมแจ้งกลับไปอีก ผมว่าเจ้าหน้าที่ callcenter กำลังใช้อำนาจกับตัวผมเกินควร แค่บอกว่าต้องรีบจ่ายเงิน ถ้าไม่จ่ายก็ไม่เปิดสัญญาณให้ เป็นการแสดงถึงอำนาจของเจ้าหน้าที่ callcenter อย่างที่ผมปฏิเสธไม่ได้เลย แต่ว่าผมจะเอาประเด็นนี้มากล่าวโทษ callcenter ไม่ได้เด็ดขาด ต้องโทษที่ระบบประมวลผลของบริษัทเองว่า ทำไมห่วยนัก ? ผมจ่ายเงินแล้วมันก็ต้องมีสัญญาณ หรืออะไรสักอย่างที่ "เด้ง" ขึ้นบอกที่มอนิเตอร์ของเจ้าหน้าที่ทันที
อาจจะมีคำอธิบายว่า สำหรับผมเป็นกรณียกเว้น หากผมยอมจ่าย 107 บาท เหมือนคนอื่น ระบบก็จะเปิดสัญญาณให้อย่างอัตโนมัติทันควัน อ้าว... ถ้าสมมุติฐานของผมเป็นจริง แสดงว่า machine เซ็ทไว้ระบบหนึ่ง แต่พอเอาจริงแล้ว กลับให้อำนาจเจ้าหน้าที่เขา manual ได้ ... ไม่เก็บก็ได้ใช่ไหม ? หากมันต้องเก็บจริง ๆ ยกเว้นไม่ได้เลย ทำไม machine ถึงยอมให้มนุษย์เข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบละ?
เมื่อระบบไปทาง คนไปอีกทาง คนเดือดร้อนก็คือผู้ใช้บริการอย่างผม ขอโทษเถอะ... ผมขอหยาบคาย... "ที่เวลาจะตัดสัญญาณกู มึงไม่เห็นโทรมาบอกเลย โทรมาเสียหน่อย กูก็ลนลานขอยืมเงินเขาไปจ่ายให้มึงแล้ว แต่พอกูจ่าย กลับให้กูโทรไปบอกมึงเอง" (คำว่า "มึง" ไม่ได้หมายถึงเจ้าหน้าที่ callcenter แต่หมายถึง machine )
3. เจ้าหน้าที่ callcenter บันทึกข้อมูลของผมผิดพลาด บริษัทต้องลงโทษ
4. ทั้งเจ้าหน้าที่ callcenter และเจ้าหน้าที่ศูนย์แนะนำให้ใช้ระบบหักเงินจากบัญชีธนาคาร หากไม่ว่างไปจ่ายด้วยตัวเอง... ผมตอบว่าไม่มีเงินในธนาคาร เพราะไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่ที่สำคัญก็คือ ผมไม่ไว้วางใจ AIS ในเรื่องการคิดเงิน เพราะผมจับได้มาหนหนึ่งแล้ว แม้จะเป็นเงินไม่มากแค่ 68.48 บาท ก็ตาม แต่ก็ฟ้องว่าบกพร่องจริง ความผิดนี้อย่าไปเหมารวมว่าเป็นช่วงเปลี่ยนระบบงาน จนมีข่าวครึกโครมว่าคิดเงินชาวบ้านผิดเป็นพัน ๆ นะ ของผมเกิดหลังจากนั้นแล้ว
- กรุณาชี้แจงแต่ละประเด็นด้วยว่า จะเยียวยาผมอย่างไรบ้าง ขอให้กระทำในเวลาอันรวดเร็ว
ธ. จ. ก. (นามแฝง)
.................................................................................................................
อย่ายอมให้เขาเถือเนื้อเอาเรื่อย ๆ นะครับ