หายไปเสียนาน... กลับมาต่อนะครับ... ที่ค้างไว้เรื่องมุมมองที่รายการ อะคาเดมี่ แฟนเตเชีย นำเสนอออกมานั้น ไม่ต่างอะไรกับกล้องวงจรปิดที่ใช้รักษาความปลอดภัยตามที่ต่าง ๆ แล้วใครกันเล่าที่ "มอง" ภาพเหล่านี้เป็นกิจวัตร แน่นอนคือ รปภ. หรือยามนั่นเอง แต่ถ้าจะเรียกให้เท่ห์ไปกว่านั้นคือ "เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" ซึ่งก็จะกินความกว้างกว่าเดิม ซึ่งหมายรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐอาทิ ตำรวจ หรือ ทหารด้วย ในกรณีสถานที่แห่งนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น ทำเนียบหรือกองบัญชาการเหล่าทัพต่าง ๆ การเฝ้ามองของคนพวกนี้ทรงอำนาจบางอย่าง ที่มาในนาม "รักษาความปลอดภัย"
(ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่ระเบิดรถไฟใต้ดินกรุงลอนดอน)
"การมอง" เป็นการใช้อำนาจอย่างหนึ่ง... คิดถึงตอนเด็กที่เราต้องหลบสายตาของผู้ใหญ่ เวลาที่เราทำผิดเราไม่กล้าสู้หน้าสบสายตา เพราะว่าสายตาของผู้ใหญ่นั้นทรงอำนาจ เป็นสายตาที่ทะลุทะลวงเพื่อหาความจริงในตัวเรา หรืออย่างตอนเป็นหนุ่มไปเรียนพิเศษ เจอสาวต่างโรงเรียน แต่ก็เขินได้แค่แอบมอง พอเธอหันมาสบตา ก็หลบหน้าหนี อิอิ หรือไม่ก็หนุ่มจ้องสาว สาวจ้องหนุ่ม แล้วอายม้วนแบบแสดงในมิวสิคนั่นละ ใครเคยเป็นบ้างเอ่ย... ในกรณีคนที่ทะเลาะกับแฟน องค์ประกอบหนึ่งแห่งการทะเลาะคือการจ้องสายหน้าหรือมองตากัน ใช่ไหม?ถ้าจ้องไปเธอหลบ แสดงว่าเธอกลัวไม่กล้าสู้หน้า หรือยอมรับว่าตัวเองผิดแต่ถ้าจ้องไปเธอจ้องกลับ อ้าว... มีเลิก เหอ เหอการจ้องสายตากลับคือการตอบโต้ว่า กูไม่ยอมมึงอีกแล้วโว้ย... ถ้าตบเดี๋ยวแม่เตะหว่างขา แม่ง...
การจ้องมองคือกลไกของการใช้อำนาจ ผู้ตกอยู่ใต้การจ้องมองหรือเป็นวัตถุแห่งการจ้องมอง กำลังตกอยู่ใต้อำนาจของคนกำลังจ้องมองเขาอยู่ ในโลกสมัยใหม่ การจ้องมองซับซ้อนไปกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องเป็นการจ้องแบบเผชิญหน้าบุคคลต่อบุคล เทคโนโลยีได้สร้างกรรมวิธีการจ้องมองให้ทรงประสิทธิภาพไปกว่าเดิม นั่นคือการสร้างกล้องโทรทัศน์นั่นเอง ไม่แปลกอะไรที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เฝ้ามองผ่านจอโทรทัศน์วงจรปิด จะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในอาคาร เพราะเขานั่งทำงานตลอด 24 ชม. (แม้เปลี่ยนเวรกันก็ตาม)สามารถบันทึกภาพการเข้า-ออกของบุคคลเป็นหลักฐาน สามารถส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังเจ้าหน้าที่ภาคสนามคนอื่นว่า "มีคน/วัตถุต้องสงสัยในบริเวณ"
ยิ่งโลกปัจจุบันเป็นช่วงเวลาแห่งการก่อการร้าย การเฝ้ามองจ้องระวังภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนอยากมีกล้องโทรทัศน์ไว้เฝ้ามองตรวจสอบ พื้นที่รอบตัวเองทั้งนั้น ไม่แปลกอะไรที่เวลานี้หน้าโฆษณาตามนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ จะมีประกาศขายกล้องวงจรปิดกันเอิกเกริก ทั้งที่มันเป็นสินค้นเฉพาะทางอย่างยิ่ง น่าจะขายได้แค่หน่วยงานรัฐหรือบริษัทรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่กลับมาทำตลาดในวงกว้างได้ ไม่นับรวมถึงบทความในหนังสือคอมฯ ที่สอนให้ติดตั้ง webcam เป็นกล้องวงจรปิดอีกต่างหาก
ยุคที่ผู้คน panic ระวังภัยร้าย ทุกคนอยากมีตาสัปปะรดที่มองรอบตัวและไกลออกไปจากตัว จำได้ไหมว่า รัฐบาลสังติดตั้งกล้องวงจรปิดในสามจังหวัดภาคใต้ เพื่อควบคุมเหตุร้าย แต่จะใช้กล้องสักกี่ตัวถึงจะพอเล่า...
(ขนาดบนรถโดยสารยังมีกล้องเลย)
เมื่อทุกคนเปิดทีวี แน่นอนว่าสายตาทุกคนจับจ้องไปที่หน้าจอ ถือว่าเป็นการแสดงอำนาจอย่างหนึ่ง (นึกถึงเด็กที่แม่สั่งให้ทำการบ้าน แต่สายตาแอบชำเลืองมาก จนถูกแม่ด่าบ่อย ๆ ดูซิ) หากแต่ใน AF กลับสร้างมุมมองที่แปลกตาไปจากรายการโทรทัศน์ทั่วไป คือการผนวกเอาภาพจากจอเฝ้ามองของกล้องวงจรปิดในห้องควบคุม ซึ่งเดิมเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มาซ้อนทับไปบนจอทีวีในบ้านเรา (อ่านรายละเอียดตอนก่อนหน้า...)
เราเชื่อว่าสิ่งที่ปรากฎบนจอทีวีว่าจริงได้อย่างไร เพราะรายการบอกเราว่าจริงหรือ ผู้เขียนคิดว่าคำอธิบายนี้ไม่พอ ควรเสริมต่อว่า จริงเพราะไวยากรณ์ของภาพที่ส่อแสดงว่า กำลังเฝ้ามองความจริงบางอย่างอยู่ แบบ รปภ. กำลังเฝ้ามองว่าใครคือคนทั่วไปและใครคือคนร้ายตัวจริงนั่นเอง ไม่แปลกแต่ประการใด ที่จะเกิดวิวาทะ (จากจอแชทหรือเว็บบอร์ดต่าง ๆ ) ว่าเด็กคนนั้นคนนี้ เสแสร้ง จริงใจ เป็นธรรมชาติหรือ fake สักแค่ไหน....
สายตาที่ผู้ชมจ้องมอง AF จึงมิใช่สายตาของการหลงใหล ในรูปลักษณ์ของดารานักร้องแต่อย่างเดียว หากแต่เป็นการใช้สายตาแบบ monitoring gaze คือการเฝ้ามองคอยสะกดรอยตาม ไปในทุกเวลาทุกสถานที่ (ในบ้าน) คอยเฝ้าดูความจริงของเด็ก ๆ นอกจากสายตาจะได้แสดงอำนาจแล้ว ยังสามารถส่งผ่านอำนาจนั้นผ่านทางอื่นที่เป็นรูปธรรมยิ่งกว่านั่นคือ "โทรศัพท์มือถือ" ที่จะโหวตให้ใครก็ได้ที่ตัวเองคอยเฝ้าดูอยู่อย่างชื่นชม สายตาจึงสัมพันธ์กับนิ้วมือที่คอยกดโหวต
ดังนั้น สายตาของผู้ชม AF เป็นสายตาที่สามารถให้คุณหรือโทษกับผู้อื่นได้ ช่วยให้สามัญสำนึกของคนดูรายการได้เติมเต็มหรืออิ่มเอมกับอำนาจที่ตนมีอยู่ แม้จะคงอยู่เพียงชั่วขณะ 12 สัปดาห์ก็ตาม อย่างน้อยคนที่ไร้อำนาจที่สุดในสังคม ที่ทำงาน บ้าน หรือครอบครัว ยังรู้สึกชื้นใจว่า ตนก็มีอำนาจเหนือผู้อื่นอยู่บ้าง...
แต่ทว่า ความซับซ้อนมันมีมากกว่านั้น การใช้อำนาจนั้นยอกย้อนยิ่งกว่านี้อีกไปอีกชั้นหนึ่ง โปรดใจเย็นรอตอนต่อไป....