complain

ไปเดินเล่นพันทิพย์เห็นมีงานออกร้านลดราคาโน็ตบุ๊คกันใหญ่โต ติดเครื่องรุ่นหนึ่งของยี่ห้อเอเซอร์ เล็กกะทัดรัด น้ำหนักก็ไม่เยอะ แบกไปไหนมาไหนได้ดี (เบากว่าเครื่องที่ใช้ปัจจุบัน...มักมัก) แต่ที่เครื่องตีตราวินโดว์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว... อย่างนี้มันก็ขายวินโดว์พ่วงมาด้วยซิ แต่เชื่อเถอะ... ถ้าถามคนขายหรือโทรไปถามบริษัทเขาต้องบอกว่า "แถม...วินโดว์ของแท้ให้ ฟรี ๆ เชียวนะคะ" แต่ผมเชื่อว่าของฟรีไม่มีในโลกหรอกครับ ฉะนั้นถ้าขอซื้อเครื่องเปล่า ๆ น่าจะได้ราคาถูกกว่าเิดิมสักสามพันบาท...


เลยถามเซลว่าขอซื้อเฉพาะเครื่องรุ่นนี้ได้ไหม ไม่ขอซื้อวินโดว์ แกะสติ๊กเกอร์มันทิ้งไปซะ เซลท่านบอกว่าสำหรับรุ่นนี้มันติดมาพร้อมในตัวเลย ถ้าอยากจะซื้อเครื่องเปล่า ๆ ต้องเอารุ่นอื่น เหลือบดูรุ่นที่ว่าแล้ว หนักโคตร... แบกที่หลังแอ่น ต้องไปทำกายภาพบำบัดทุกเดือนแหง ๆ เพราะที่แบกอยู่ตอนนี้ก็เอาเรื่องพอประมาณ ก็อยากจะได้รุ่นเล็ก ๆ ตัวนี้อะ... แต่ไม่อยากได้วินโดว์โว้ย... แม่ง... ไม่แยกขายให้อีก


ก็ในเมื่อผมต้องการซื้อเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คของเอเซอร์ แต่วินโดว์เป็นสินค้าของบริษัทไมโครซอฟต์ เป็นอีกบริษัทหนึ่งเลย แล้วมันมาเกี่ยวอะไรด้วยวะ ผมจะเอาไปลงลีนุกซ์อยู่แล้ว ผมมีสิทธิเลือกที่จะใช้ระบบปฏิบัติการไม่ใช่หรือ??? เหตุที่เลือกใช้ลีนุกซ์ก็เพื่อลดต้นทุน ไม่ต้องจ่ายค่า license แพง ๆ ให้วินโดว์


แต่ทำไมมัน "ขายพ่วง" ยัดระบบปฏิบัติการมาด้วย... เหมือน "ขายเหล้าพ่วงเบียร์" เลย ที่อเมริกาไมโครซอฟต์ก็เคยขึ้นศาลด้วยขอหาขาย os พ่วงโปรแกรมเบราเซอร์ (internet explorer) มาแล้วนี่ จำได้ว่ามันผิดกฎหมายนี่หว่า... แล้วทำไมถึงปล่อยให้่ทำอย่างโจ่งครึ้มอย่างนี้


แล้วผู้บริโภคอย่างเราจะทำยังไงกันดี...


edit @ 2005/07/11 14:29:08
เมื่อหลายวันมาแล้วได้รับ sms จาก AIS ว่า :

วันแม่ทั้งทีอยากเป็นลูกดีเด่นไม่ยาก ส่งรูป MMS ที่คิดว่าจะทำให้แม่ของคุณยิ้มได้มาประกวด พร้อมข้อความบอกรักแม่ มาที่เบอร์ 9992 ฟังฟรีที่ *14959


อืม... ช่างมีไอเดียที่ดีนะ สามารถสรุปสูตร "การเป็นลูกดีเด่น" ได้ดังนี้ หนึ่ง สามารถสร้างด้วยเม็ดเงิน ค่าส่ง mms ไม่กี่บาทเอง : ) สอง ต้องประกาศต่อสาธารณะ จะมางุบงิบวินิจฉัยกับสองคน ระหว่างตัวเองกะแม่ (ตัวเอง) ไม่ได้อย่างเด็ดขาด อย่างน้อยก็ต้องส่งไปเก็บไว้ที่ mail box ของ AIS ให้เขาฟังก่อน : ))


แต่ถ้าใครอยากแสดงศักยภาพความเป็นลูกดีเด่นจนตัวสั่น เพื่อแสดงว่าตัวข้านั่นเป็นคนแสนดีหนักหนา ก็ขอให้ทุ่มสักล้านเกทับไฮโซรักแม่ไปเลย อิอิ หรือถ้าไม่อยากลงทุนเป็นเม็ดเงินก็ลงแรงแล้วกัน ใช้สองมือสองเท้าของเรานั้นละนวด... ก็เป็นลูกดีเด่นได้เช่นกัน ไม่งั้นก็ทำอะไรเชย ๆ แบบปีที่แล้วพาแม่เที่ยวหรือกินข้าวนอกบ้านก็แล้วกัน


สรุปว่าวันแม่ก็คือเทศกาลขายของนั่นเอง... หลายสินค้าและบริการต่างก็ทำโปรโมชั่นของตัวเองมาล้วงควักกระเป๋าไม่ต่างจากเทศกาลอื่น เดี๋ยวว่าจะแวะไปพันธุ์ทิพย์อยากได้โน๊ตบุ๊กตัวใหม่ ไม่รู้ว่ามีร้านไหนทำโปรโมทชั่น "ซื้อโน๊ตบุ๊คให้แม่" ลดครึ่งราคาเนื่องในโอกาสวันแม่หรือป่าว... อิอิ


อย่างนี้ละหนา motherhood commodification "ความเป็นแม่" ถูกหยิบจับเอามาทำเงินทำทองกันอย่างสนุกสนาน

*****************

ทำไมวันแม่ต้องเอาดอกมะลิไปกราบแม่ด้วยนะ... การแสดงความรักต่อแม่ต้องทำอย่างนี้ด้วยหรือ ทำไมแม้แต่ความสัมพันธ์อันสุดแสนจะ personnal เช่นนี้ ก็ต้องถูกสร้างมาตรฐานเป็นสูตรสำเร็จด้วย


แล้วไม่รู้ว่าเวลานี้ไอ้งานประเภท "วันพ่อ-วันแม่" มันจะโหมประโคมยัดเยียดต่อชีวิตเรามากแค่ไหน โชคดีเหลือเกินที่ข้าพเจ้าเรียนจบมานานแล้ว เพราะสมัยก่อนมันก็มีแต่พอหอมปากหอมคอ แต่สมัยนี้ได้ข่าวว่าต้องกะเกณฑ์พ่อเกณฑ์แม่ไปร่วมงานที่โรงเรียนด้วย แถมยังต้องแสดงกิริยาอาการว่าแสนจะรักเสียเหลือเกิน ต้องเอาดอกไม้ไปติด ต้องไปกราบที่ตักบ้างละ... ผมบอกตามตรงว่ามันแสนจะดัดจริตเสียเหลือเกิน แต่ก็ชอบที่จะทำกันเสียจริง โดยเฉพาะพวกดาราหรือไฮโซทั้งหลายนั่นละ ที่เมื่อถึงเทศกาลนี้ต้องก็ต้องออกมาแสดงตัวให้นักข่าวเห็น เพื่อเป็นข่าวออกตามทีวีหรือหนังสือพิมพ์ ไม่รู้ว่าโกหกตอแหลกันบ้างหรือเปล่านะ อิอิ ถ้าผมทำอะไรกับแม่อย่างนี้ สงสัยแม่ผมต้องลมจับรับไม่ได้แน่ ๆ หรือไม่อาจจับผมส่งโรงพยาบาลบ้าไปเลย : )


อย่าลืมซิว่าเด็กแต่คนมีสภาพชีวิตที่แตกต่างกัน ไม่ได้เหมือนคนอื่น ๆ เด็กบางคนถูกพ่อหรือแม่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจมาทั้งชีวิต แล้วยังต้องพาเขามาเข้าร่วม "พิธีกรรม" ที่โรงเรียนให้เสียดแทงหัวใจอีก...


จนเด็กบางคนต้องจ้างแท็กซี่หรือแม่ค้ามาหลอกครูหรือเพื่อนนักเรียนว่าเป็นพ่อแม่ของตัวเอง เพราะเมื่อตัวเองไม่มีเหมือนคนอื่น ก็ยิ่งตอกย้ำความ "ผิดปกติ" ในชีวิตของตัวเอง ขยายบาดแผลในใจให้เด็กพวกนี้เข้าไปอีก (เรื่องนี้เคยมีข่าวลงหน้าหนึ่งมติชนเมื่อหลายปีมาแล้ว) จะจัดกิจกรรมหรือสร้างพิธีกรรมทำอะไร... ทำไมไม่คิดถึงหัวอกของคนส่วนน้อยกันบ้างนะ


ความสัมพันธ์ของแม่กับลูกถือเป็นเรื่อง private ของมนุษย์ จงหลีกเลี่ยงที่จะเอามาตรฐานอันเป็นส่วนตัวของเราไปตัดสินคนอื่นเขา...


ในวันนี้ ผมขอถือโอกาสไม่ไปเยี่ยมแม่ซึ่งนอนในไอซียูสักหนึ่งวัน... ใครจะมาหาว่าผมไม่รักไม่ ไม่ไปให้กำลังใจแม่ ทำไมไม่เอาดอกมะลิไปกราบแม่ละ... เพราะว่าวันนี้เป็นวันแม่เชียวนะ... ขอโทษด้วยที่ต้องตอกกลับไปว่า ความรักแม่ของผมไม่ขึ้นกับเทศกาล ไม่ขึ้นกับพิธีกรรม ไม่ขึ้นกับโปรโมชั่นโฆษณา เพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคนเท่านั้น คนอื่นอย่าเสือก...

edit @ 2005/08/12 16:27:11
edit @ 2005/08/12 16:29:24
edit @ 2005/08/12 16:37:32

สักสัปดาห์ที่แล้วมา ปวดหัวเรื่องยุ่งมักมัก... เพราะอยู่บ้านตอนกลางวันเพียงคนเดียว บรรดายุงตัวน้อยไม่รู้มาจากไหนเป็นสิบ แห่มาตอมเรา (ก็เป็นเหยื่อคนเดียวนี่หว่า) ยุงลายเสียด้วยน่ากลัวจัง ต้องจัดการ... แต่ทว่า...(ช้าก่อน)

พอดีได้อ่านลิงค์เกี่ยวกับยุง...

เรื่องสงสัยเกี่ยวกับยุง จากบล๊อกของคุณหน่อยร้านสปีดเน็ท ข้างศาลาว่าการ กทม.

น่าสนใจขอเอามาแพร่อีกต่อหนึ่ง

กลับเข้าเรื่องยุงที่บ้านต่อ... คิดได้ก็ต้องทำ จัดการมันเสียให้สิ้นซาก เกาะที่หน้าแข้ง เอามือฟาดเพี้ยะ... ไม่โดน ที่หัวเข่าอีกเพี้ยะ... ไม่โดนอีก ลุกจากเก้าอี้พร้อมกางแขนสองข้าง เดินไล่ล่าจะต้องตบมันให้ตายคามือ (ซาดิสม์จังโว้ย) เพี้ยะ เพี้ยะ เพี้ยะ และอีกหลาย ๆ เพี้ยะ ... ไม่โดนสักตัว ใช้ความพยายามราวแปดวันถึงจะสำเร็จ ฆ่ายุงตัวแรกได้สมใจเพชรฆาต

เกิดอะไรขึ้นกับข้าพเจ้าเนี่ยะ... ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย... (เป็นคนทำบาปขึ้นมาตลอดนี่)

คิดอยู่นานสองนาน... เออ... ท่าทางสมองในส่วนที่ใช้ในการกะระยะทางเกิดความผิดพลาด หรือไม่ก็ส่วนที่สั่งการไปยังฝ่ามือเกิดความบกพร่อง ทำให้การใช้มือไม่ประสานกับการใช้สายตา เลยตบยุงไม่สำเร็จ สงสัยเราจะแก่แล้วจริง ๆ ฮือ ฮือ ... เรื่องมันเศร้า : (

การตบยุงจึงเป็น aged-indicator บ่งชี้ว่า ที่แท้เรากะลังเปิดประตูเข้าสู่วัยทองเสียแล้ว... อุอุ



Mr.Golffee
View full profile