อะคาเดมี่แฟนตาเซียปีสองใกล้งวดเต็มที อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะลาโรงแล้ว คงได้ลุ้นกันสนุกว่าใครจะได้เป็นแชมป์ ดูเหมือนว่ารายการจำพวก Reality จะเป็นอีก genre หนึ่งของรายการโทรทัศน์ไปเสียแล้ว ดูจากที่มีการเก็บรวบรวมไว้... มีเป็นร้อยรายการแล้วมั้ง (ยาวเป็นหางว่าวจนขี้เกียจนับ อิอิ )
เห็นไหมว่าไม่ปรากฎ AF เรียลลิตี้โชว์ยอดฮิตแห่งสยามประเทศในลิสต์เลย มันดังเฉพาะแต่ในบ้านเราเท่านั้นหรือ ? อาจเป็นไปได้ว่าข้อมูลทั้งหมดเน้นเฉพาะรายการที่ถือกำเนิดในสหรัฐฯ หรืออังกฤษเท่านั้น อะคาเดมี่บ้านเราเป็นที่รู้กันว่า ซื้อลิขสิทธิ์มาจากประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นประเทศโลกที่สามเหมือนกับเรา เป็นเรื่องธรรมดาที่จะตกสำรวจ แม้ว่าจะโด่งดังสร้างกระแสสังคม เป็นที่กล่าวขวัญตั้งแต่ปีแรกจวบจนปีล่านี้
ว่ากันว่าต้นตระกูลเรียลลิตี้โชว์ Big Brother ที่บริษัทหนึ่งซื้อลิขสิทธิ์มาผลิต ที่มีรูปแบบสำคัญของความเป็นโชว์จำพวกนี้คือออนแอร์ 24 ชม. ไม่ต่างไปจาก AF ที่ออนแอร์ทั้งวันทั้งคืนเหมือนกัน กลับ "แป๊ก" ในบ้านเราไปเสียงั้น... อะไรกันที่ทำให้คนไทย "อิน" กับสินค้านำเข้าที่มาจากโลกสาม ปฏิเสธของหรูจากอังกฤษอย่าง BB (ถ้าผมจำไม่ผิดรายการนี้เริ่มที่แรกที่อังกฤษ... หากผิดก็ท้วงติงด้วยนะครับ อย่าปล่อยไว้)
ตอบง่ายมาก... ก็เพราะ AF ถูกผู้ผลิตในบ้านเรา (คือ UBC ) นำมาปรับแต่งให้มันเข้ากับบริบททางสังคมไทย พูดให้เท่ห์คือถูก localization ให้มันเป็นไทย ๆ นะเอง ในเมื่อต้นทางมันเป็นผลิตผลของโลกที่สามเหมือน ๆ กะเรา ก็ยิ่งทำให้ปรับแปรได้ง่ายเข้าไปใหญ่ ต่างจากของพวกฝรั่งมหาอำนาจคงไม่ยอมให้ไอ้ตัวเหลืองอย่างเราไปรื้อแก้หรอก ยิ่งในซีซั่นที่สองยิ่งเห็นชัดเจนขึ้น เชื่อว่าปีหน้าจะเห็นอะไรดีกว่านี้เยอะ เหอะ เหอะ
มาว่ากันทีละประเด็นดีกว่าว่ารายการนี้แฝงเนื้อสารอะไรไว้บ้าง อะนะ... เป็นความเชื่อส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ได้บังคับให้ใครเชื่อ แล้วก็ไม่ได้บังคับไม่ให้เถียงหรือแย้งด้วย... อิอิ
************
เรื่องแรก... ว่าด้วยความรู้สึกส่วนตัว ในฐานะที่เป็นแฟนคลับกระหน่ำโหวตให้คุณหมอจุ้มจิ้มเมื่อซีซั่นปฐมฤกษ์ อิอิ ตอนนั้นหากมีเวลาว่างก็จะเปิดดูตลอด ทั้งช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ตอนเย็นหลังเลิกงานลากยาวไปจนดึกดื่น แต่พอมาซีซั่นนี้กลับไม่เกิดความรู้สึก "ดึงดูด" ให้ติดตามเท่ากับปีก่อน แต่หากถามว่าสนุกไหม ก็ต้องบอกว่าผู้จัดระดมสรรพกำลังทั้งปัญญาทั้งการเงิน ทำให้มันหนุกหนานขึ้นกว่าที่คิดเยอะมาก เพราะประสบการณ์จากซีซั่นแรก, คนดูเขาก็รู้หมดแล้วว่ารายการนี้มี pattern (หรือ "กระสวน" -ศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิต) อย่างไร จึงต้องสรรค์สร้างลูกเล่นต่าง ๆ ขึ้นมาอย่างหนัก เพราะถ้าหากให้ทำแบบเดิม ๆ ... คนดูเซ็งตายโหง วันจันทร์ก็มารับโจทย์เพลง แล้วก็ซ้อมๆๆๆๆ ทั้งร้อง ทั้งเต้น ฝึกกริยาท่าทางมากมาย พอเสาร์ก็ขึ้นเวที มันเป็น block ที่ตายตัวอยู่แล้ว ถ้ามาดูอะไรซ้ำกันทุก ๆ ปีก็เซ็ง rating ร่วงกระจาย แพ้ the star ของค่ายแกรมมี่ที่กำลังจ่อหลังตามมาอีก
เสียหน้าเจ้าของสัมปทานคลื่นความถี่รายใหญ่ของประเทศเปล่า ๆ คิดดูซิว่าสามารถ set up ช่องสถานีว่าง ๆ เพื่อมาออกรายการนี้ตลอด 24 ช.ม. โดยไม่ต้องจ่ายเงินหรือทมำสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่เพิ่มเลย ทั้งที่คนอื่นเขาวิ่งหาคลื่นโทรทัศน์กันแทบตาย ดังเช่น 11news 1 ของเครือผู้จัดการ เป็นต้น : ) สุดท้ายต้องโดนถอดเพราะกรมประชาสัมพันธ์ "แตกคลื่น" ไปเซ็งลี้หากินโดยมิชอบ (สนธิอีกแล้ว วกมากัดจนได้)
ไม่น่าดูเพราะ :
เด็กที่คัดมาทั้ง 12 คน ดูไม่หลากหลายเท่าปีแรกอย่างเห็นได้ชัด การที่แต่ละคนมีเป้าหมายของตนที่ชัดเจน แถมยังเหมือนกันอีก คืออยากเป็นนักร้อง ทำให้กิจกรรมหลักมีแต่ซ้อมร้องเพลง ร้องแม่งเข้าไปอยู่นั่นละ... การเรียนเต้นหรือแสดงละคร ถูกลดบทบาทเป็นทักษะเสริมส่งการร้องเพลงบนเวทีคอนเสิร์ทเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเปิดทีวีมาช่อง 16 จึงเห็นแต่ไอ้เด็กพวกนี้ซ้อมแต่ร้องเพลง แล้วก็ร้องกันเก่ง ๆ เสียด้วยซิ ทำให้ภาพที่ปรากฎมาจอทีวีไม่ต่างอะไรจาก "ภาพนิ่ง" ของคนหนึ่งที่ยืนถือไมค์ มีกิจกรรมเพียงอย่างเดียว แต่นี้เรากำลังดูโทรทัศน์ซึ่งสามารถสื่อ "ภาพเคลื่อนไหว" มิใช่หรือ น่าจะมีอะไรมากกว่านี้ แถมปีนี้มีคุณครูเยอะมากกกกก แทบจะประกบกับเด็กคนต่อคน แถมยังมีครูใหญ่เป็นเจ้าประจำอีก ครูจึงมีบทบาทมากเป็นพิเศษ มากกว่าปีแรกอย่างแรง (พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะขยายความในตอนต่อไป)
ดูสนุกเพราะ :
ก็พวกนี้เขาเก่งมักมัก แน่นอนว่าเก่งกว่า 12 คนของเมื่อปีก่อน แถมความสามารถยังใกล้กันอีก ไม่เหมือนเมื่อปีที่แล้วที่ค่อนข้างจะโดด แบบว่าพี่วิทย์กะหมอจุ้มจิ้มนี่คนละเรื่องกันเลย ตรงนี้ละทำซีซั่นนี้ลุ้นสนุกว่าใครจะต้องออกวะ... วิธีดูในปีนี้จึงไม่ซีเรียสเท่าปีก่อน ปล่อยสบาย ๆ คือเปิดทีวีตอนเช้าวันจันทร์ดูว่ารับโจทย์เพลงอะไร พร้อมฟังความเห็นของครูผู้สอน เสร็จแล้วก็ไม่ต้องใส่ใจอะไรมาก ดูชะแวบ ๆ สายตาช่วงดึก ๆ อ้อ... ซ้อม ซ้อม ซ้อม ร้องกันเข้าไป แล้วเปลี่ยนไปดูช่องอื่นที่น่าสนใจดีกว่า (มีรีโมทในมือนี่หว่า) แต่จะมาเน้นเอาวันท้ายคือพฤหัสหรือศุกร์นี่ละ เพราะจะมีช่วงซ้อมใหญ่ที่ยรรดาครู ๆ แถมด้วยแขกรับเชิญนั่งเรียงหน้าสลอน คอยวิจารณ์ให้ความเห็น จากนั้นก็รอดูคอนเสิร์ทสองทุ่มวันเสาร์เลย แล้วก็ลุ้นใครจะอยู่หรือไป... ไม่ต่างอะไรกับการดูประกวดร้องเพลงประมาณซิงกิ้งคอนเทสต์ทั้งหลาย แล้วปีนี้เขาใส่ลูกเล่นว่าแต่ละสัปดาห์ต้องมีคอนเซ็ปต์ ว่ามัปดาห์นี้เป็นอะไร ก็ยิ่งน่าสนใจติดตามขึ้น โดยเฉพาะสัปดาห์เพลงสุนทราภรณ์เป็นวีคที่ผู้เขียนใช้เวลาติดตามดูรายการมากที่สุด (รู้หมดเลยว่าแก่ อุอุ)
เข้าใจว่าปีนี้มีคนดู AF มากขึ้นกว่าเดิม และหลายคน (ไม่กล้าประเมินว่ามากขนาดไหน แต่เชื่อว่าน่าจะมากโข) ไม่เคยดูซีซั่นแรกมาก่อนเลย อาจแค่รับรู้ว่าเขามีอะไรกันที่ช่อง 16 เท่านั้น แต่ไม่ได้ติดตาม ขณะเดียวกันคนที่ติดหนึบในภาคแรก ตัวอย่างเช่นผู้เขียน อาจเลิกดูเลิกติดตามในปีนี้ไปเลย
พอแค่นี้ก่อน ขี้เกียจแล้ว โปรดติดตามตอนต่อไป... บอกแล้วไงว่ามาเป็นซีรี่ย์ 555 ....
edit @ 2005/10/10 01:00:59
edit @ 2005/10/10 01:02:32
edit @ 2005/10/18 21:28:01
edit @ 2005/10/18 21:28:40
edit @ 2005/10/26 16:25:55