เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว UBC Fantasia ที่นำเด็กรุ่นสองทั้งหมดมาเป็นเด็กในสังกัดอย่างเต็มตัว นึกแล้วให้น้อยใจแทนเด็กรุ่นแรกเป็นยิ่งนัก เป็นลูกหัวปีเกิดตอนที่พ่อแม่ยังเก้ ๆ กัง ๆ เลี้ยงลูกไม่เป็น จะว่ายากจนจนไม่มีปัญญาจะเลี้ยงก็ม่ายช่าย... ตังค์นะมี เพียงแต่ไม่มีสมองต่างหาก เลยต้อง "ฝากเลี้ยง" ไว้กับคนอื่น ซึ่งเขาก็ปฏิบัติตอบอย่างดีเทียบเท่ามาตรฐานลูกเมียน้อย 555
เบื้องหลังกลยุทธทางธุรกิจครั้งนี้ เอาไปแต่งหนังสือ... "รู้ทันอากู๋" (หลังเสียรู้มาแล้ว) ได้เลย
ปัจจัยหนึ่งที่ขับดันให้เด็กรุ่นสองโด่งดัง เรียกเรตติ้งได้มากกว่ารุ่นแรกถึงห้าเท่าตัว (UBC แถลงเองนะ) คงหนีไม่พ้น "เสื้อผ้า-หน้า-ผม" นั่นละ ดังเห็นได้จากการคัดเด็กทุก V โครงการในปีนี้ เป็นในลักษณะสำเร็จรูป "พร้อมใช้งาน" ทันที ฉีกซองเติมน้ำร้อนก็ซดบะหมี่ได้แว๊วว อร่อยแบบ ยำ ยำ (เพื่อนผู้เขียนทำงานที่นี้ ขอเชียร์ด้วยคน... )
หน้าตาของเด็ก AF2 จึงทิ้งขาดเด็กรุ่นปฐมหลายช่วง "แนว" กว่าหลายเท่า ไอ้ประเภทบ้าน-บ้าน (ครูรักชอบพูดคำนี้) ไม่มีหลุดมาเสียล่ะ... ยังจำได้ว่าตอนเริ่มโครงการสองใหม่ ๆ ได้สนทนากับเพื่อนที่เป็นแฟนคลับจุ้มจิ้มเหมือนกัน อิอิ เราสรุปว่าสาวน้อย AF2 แต่ละอนงค์นางหน้าตาจิ้มลิ้มชวนฝันเป็นอย่างยิ่ง ส่วนผู้ชายนั่นเล่า เหอ เหอ อย่าให้ said เลย (เดี๋ยวจะเข้าใจผู้เขียนผิดน่ะ ตัวเอง) การมีรูปร่างหน้าตาน่ามองเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้คนนั่งเฝ้าหน้าจอ ติดตามใกล้ชิด เป็นธรรมดาของการแสดงที่นักแสดงต้องมีหน้าตาดีกว่าคนปกติ
อีกส่วนคือเสื้อผ้า เน้นเสื้อผ้าที่ใส่ในบ้านนะครับ ไม่เกี่ยวกับบนเวทีคอนเสิร์ทซึ่งต้องเต็มที่อยู่แล้ว เข้าใจว่าปีนี้มีสไตลิสท์ที่รับผิดชอบจัดหาเสื้อผ้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันของเด็กโดยเฉพาะ ว่าเธอคนนี้ต้องใส่อะไร ใส่สีไหน เฉดไหนถึง "ขึ้นกล้อง" หรือขณะปรากฎบนหน้าจอทีวี อย่างลูกตาลนี้มีธีมหลักที่สีชมพูใช่ไหมเอ่ย... น้องพัดยังเคยแซวเลย ที่ผู้เขียนเข้าใจเช่นนี้เพราะเด็กเขาคุยกันให้เรารู้เองว่า เวลาจัดส่งเสื้อผ้ามาให้เด็กในบ้าน เขาจะจัดชุดมาให้เลย ว่ากางเกงตัวนี้ต้องจับคู่กับเสื้อตัวนี้ แล้วใส่อีกตัวทับ เมื่ออาภรณ์อันเหมาะสมได้รับการจัดวางอย่างเหมาะสมบนร่างกายที่สมควร ยิ่งเสริมส่งให้ทุก V เป็นที่รักของทุกคนแบบโหวตลืมตาย
ยิ่งได้สปอนเซอร์เป็นเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ก็ยิ่งไปกันใหญ่... ต่างจากเด็กรุ่นแรกที่ไม่รู้เอาเสื้อผ้ามาจากไหน พิโธ่... เฉดสีหลักของเด็กทุกคนหรือทั้งบ้านนั่นละคือ ขาว-เทา-ดำ น่าเวทนาจริง หน้าตาก็บ้าน-บ้านอยู่แล้ว เสื้อผ้ายังไม่ส่งอีก เลยไม่ปิ๊งปั๊งเปล่งประกายเท่าที่ควร อาศัยว่าเป็นปีแรก เป็นของมาใหม่ เลยพอเรียกแฟนคลับได้บ้าง อย่างน้อยก็ผู้เขียนคนหนึ่ง... โอ้ย... ปวดฟันจัง อยากปหาหมอจิ้ม แต่รอปีหน้าก่อนนะ เขาว่าประกันสังคมให้ทำฟันได้ไม่อั้น หุ หุ
แต่มิได้กล่าวหาว่าเด็กรุ่นสองไม่มีความสามารถ อาศัยหน้าตานำพาความดังแต่ถ่ายเดียวหรอกนะ รุ่นนี้เก่งกาจกว่ารุ่นแรกเยอะ ลองกลับไปอ่านโพสต์ที่แล้วก็ได้ "ครูเป็ด มนต์ชีพ" สรุปอย่างโดนว่า ปีนี้เด็กเก่งเท่ากัน แต่ความน่าสนใจสู้เด็กปีแรกไม่ได้ เพราะเด็กรุ่นนั้นมี story ที่แตกต่างกันให้คนดูจดจำ... นั่นคือเรื่องราวที่เป็นแบ็คกราวน์แต่หนหลัง ของแต่ละคน สร้างแรงดึงดูดให้ผู้ตฃคนติดตาม ขณะที่รุ่นนี้ ผู้เขียนได้ว่าไปแล้วข้างต้น เสื้อผ้า-หน้า-ผม นั่นเอง ฟันธงครับ : D
เป็นสัจจธรรมที่ทุกคนรู้กันดี สำหรับคนอยากดังในวงการบันเทิง นอกจากจะเก่งและสามารถแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกก็สำคัญไม่แพ้กัน
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น เด็ก AF2 ซึ่งหน้าตาน่ารักน่ามองเช่นนี้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค ในการถ่ายทอดสด 24 ชม. ประการหนึ่ง หลายคนที่เคยดูทั้งสองปีอาจไม่ได้สังเกต ปีสองนี้มีภาพในลักษณะภาพบุคคลครึ่งตัวหรือ portrait มากมาย อาจเรียกได้ว่าเป็นลักษณะภาพหลักจนเป็น "องค์ประธาน" ของรายการไปเลย ในปีแรกภาพพวกนี้จะเป็นแค่ insert เท่านั้น (ผู้เขียนใช้ภาษาช่างภาพถูกหรือเปล่านะ) เรื่องนี้ยังเกี่ยวพันเชื่อมโยงในประเด็นอื่นอีก วิเคราะห์ได้ยาว ติดไว้ก่อนก็แล้วกัน อิอิ (ขี้เกียจอะ)
แต่ ณ ตรงนี้อธิบายชั้นต้นได้ว่า ก็แหม... ทั้งหล่อ สวย น่ารัก น่าเอ็นดู ก็ต้องโชว์กันใกล้ ๆ จะจะ หน่อยดิ ว่า "เค้าคัดมาดีนะ" เพื่อให้ผู้ชมทางบ้านเห็นแบบเต็มตา รู้สึกว่าใกล้ชิดทั้งที่จริงอยู่ห่างเป็นกิโล จะได้ช่วยกันเชียร์ ช่วยกันโหวต... อย่าได้ขาดสาย
edit @ 2005/10/26 16:24:26
