gender

ชีวิตของเธอกลายเป็นประเด็นทางสังคมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา "คัทลียา แมคอินทอช" ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองอีกหนึ่งคน ในยุครัฐบาลทักษิณที่แสนจะเคร่งครัดคุณธรรมจริยธรรม (กับผู้อื่น แต่ยกเว้นสำหรับตัวเอง) อิอิ เธออยู่เมืองไทยไม่ได้อีกแล้ว

ขนาด "สนธิ ลิ้มทองกุล" loyalist หน้าใหม่ ยังโดดเข้า
ผสมโรงด้วย ทั้งที่เวลานี้เขามีภาระหน้าที่อันหนักหนา ในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ คอลัมนิสต์บางฉบับยังโยงเรื่องของเธอเข้ากับทักษิณได้อย่างน่าทึ่ง!!!

ในอเมริกาผู้นำของเขากำลังเผชิญหน้ากับวาระ Katrinagate แต่ในสังคมไทยช่วงเดียวกันก็มี Katriyagate เหอ เหอ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกสนาน ขนาดนำไปทำโพลแบบวิทยาศาสตร์กันเลย ทุกอย่างกระทำผ่านสื่อสารมวลชนอย่างเปิดเผย จนนักต่อสู้เพื่อสตรีออกมาปกป้องเธอว่านี่คือสิทธิส่วนตัว ก็มันเป็นมดลูกของเธอนี่ยะ... แต่ก็มีแรงโต้ทันควันว่า เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ "ปากช่องคลอด" แต่อยู่ที่ "ปาก" ของเธอ
ตะหาก

.........................
ทำไมปัจจุบันสังคมไทยถึงใส่ใจประเด็น "ท้องก่อนแต่ง" มากนัก การแต่งงานจำ้เป็นสำหรับชีวิตมนุษย์มากมายถึงขนาดนี้เชียวหรือ

การแต่งงานไม่ว่าจะเป็นเพียงงานพิธีกรรม (แต่ไม่จดทะเบียนสมรส) หรืองานทางกฎหมาย (จดทะเบียนแต่ไม่จัดพิธี) แต่ก็คือการประกาศความชอบธรรมในการใช้ชีวิตด้วยกัน รวมทั้งเรื่องเพศสัมพันธ์ด้วย ดูเหมือนจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับคนไทยมากขึ้นทุกวัน เวลานี้ดาราหรือบุคคลสาธารณะคนไหน ไม่ว่าจะเป็นแค่ดาราเกรดบีหรือซี จะแต่งงานกันทีก็ต้องมีภาพข่าวขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐ บางทีอ่านชื่อแล้วยังคง ๆ ว่า มันแสดงหนังอยู่ที่โลกไหนวะ กูไม่เห็นเคยได้ยินชื่อได้เห็นหน้าเลย... แม่ง!!! ได้ขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐ (อิจฉา โว้ย...)

ที่เห็นได้ชัดคือ ธุรกิจจำพวก wedding studio เวลานี้เบ่งบานแข่งขันดอกเห็ดหน้าฝนเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าไอ้เรื่องคนจะเอากัน จะเป็นผัวเป็นเมียกันเนี่ยะ จะเป็น genre หนึ่งของธุรกิจบริการไปได้ แสดงว่าเมื่อมี demand ก็ต้องมัี supply รองรับ

ทั้งที่คนมากมายที่ใช้ชีวิตคู่ อย่างไม่มีพิธีแต่งงานไม่ต้องจดทะเบียนสมรส เยอะไปที่ฝ่ายหนึ่งหอบเสื้อผ้าไปอยู่ที่บ้านของอีกฝ่าย โดยที่พ่อแม่ทั้งชายและหญิงยินยอมเป็นอย่างดี หากในวันแถลงข่าวของคุณแหม่ม เท่าที่ฟังจากรายงานข่าวเธอไม่ยักแจ้งว่า เธอกับแฟนอยู่กินกัน "ฉันท์สามีภรรยา" ไปเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นไอ้เรื่องท้องป่องเนี่ยะมันปกตินะน้อง ก็ผัวเมียมันนอนเตียงเดียวกันนะ จะทำไงได้จ๊ัะคุณนักข่าว...

แล้วทำไมเธอไม่พูดละ... อาจมีคนอธิบายว่าเพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง แล้วจะพูดได้่ไง แหม... บุคคลสาธารณะต้องพูดแต่เรื่องจริง จะโกหกประชาชนได้ไง หึ หึ ถ้าอ้างแค่นี้ แล้วที่บอกว่าท้องห้าหกเดือนแล้วไม่รู้ตัว มันมิยิ่งตลกหรือโกหกชาวบ้านเขายิ่งกว่าหรือ

เหตุผลเดียวเท่าที่คิดออกเวลานี้คือ ไอ้พฤติกรรม "อยู่กินก่อนแต่ง" โดยไม่มีพิธีแต่งงานอย่างหรูหรา ใหญ่โต ลงหน้าหนึ่งไทยรัฐ มันเป็นวิถีชีวิตของ "คนชั้นล่าง" หาเช้ากินค่ำต่างหาก แต่ีชีวิตของเํธอหาใช่เช่นนั้นไม่

ความวิตกกังวลนี้แท้จริงแล้ว ส่อให้เห็นถึงอคติทางด้านชนชั้น (class) เป็นอย่างยิ่ง บุคคลที่แสดงออกถึงความเป็นกังวลมีใครบ้างละ มีทั้งท่านรัฐมนตรี มีทั้งท่าน ส.ว. อาจารย์มหาวิทยาลัย ฯลฯ ล้วนแต่เป็นบุคคลใน "ชนชั้นกลาง" ทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่จะมองการอยู่กินกันก่อนแต่งงาน เป็นเรื่องเสื่อมเสียทำลายวัฒนธรรมอันดีงาม หรือเห็นว่าเป็นอาการ "สำส่อน" ไปเลย ที่สำคัญไอ้วิถีแบบนี้ มันกำลังรุกล้ำเข้ามาครอบครองชีวิตของคนชั้นกลางเข้าทุกวัน เสียด้วย...

กรณี Katriyagate มิได้มีเพียงเฉพาะเรื่องเพศสถานะ (gender) ประเด็นเดียว แต่ยังแอบแฝงไว้ด้วยอคติทางชนชั้น เมื่อกล่าวหาว่า "เธอไม่ยอมพูดความจริงกับสัีงคม" ก็จะให้เธอทำอย่างไรเล่า ในเมื่อความจริงของเธอไม่สอดรับกับ "ความจริงของชนชั้นกลาง" เธอเป็นเจ้าหญิงก็เป็นเจ้าหญิงของชนชั้นที่เธอสังกัดอยู่ ย่อมต้องแบกภาระอันหนักอึ้ง จะวางมันเสียก็ไม่ได้

edit @ 2005/09/09 11:30:05
edit @ 2005/09/13 15:33:52

เห็นหน้าหนึ่งไทยรัฐ ก็สะดุดตากะข่าวนี้ทันที

เพราะ caption ประกอบภาพข่าวนี้บรรยายว่า "ป้องศักดิ์ศรี : ตัวแทนบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ เข้าร้องทุกข์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้เล่นงานบริษัทขายยาปลุกเซ็กซ์แห่งหนึ่งของจีน ที่ นำภาพนักร้องคนดัง มาช่า ไป เป็นโลโก้สินค้า เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรี"

เฮ้ย... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาวะ แกรมมี่ก็รวยเป็นพันล้านซื้อกิจการของชาวบ้านเป็นว่าแล้ว ก็ทำเอาเองซิ ติดต่อไปที่บริษัทจีนหรือทางการจีนเองเลย ไหงต้องมาอิงแอบอาศัยอำนาจรัฐด้วย หรือว่าเลี้ยงดูปูเสื่อเขาไว้อย่างดี คอยหยอดน้ำเลี้ยงเติมน้ำมันหล่อลื่นให้บ่อย ๆ ให้ช่วยไล่จับซีดีคาราโอเกะผี จนสนิทชิดเชื้อเรียกใช้งานได้ทันที พอเกิดเรื่องก็วิ่งไปที่นี้ละ สะดวกดี... โถ... หน่วยงานราชการเขามีไว้ทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนไม่ใช่หรือ ขนาดปฏิรูประบบราชการแล้วนะเนี่ยะ (นี่ถ้านายกฯ รู้คงโดนด่าไปแล้ว) ไหงทำตัวเหมือนเป็นบริษัทลูกของ "อากู๋" นี่ถ้าไม่ติดเป็นหน่วยงานรัฐคงโดนเทคโอเวอร์มาเป็น-ฝ่ายกฎหมายและงานต่างประเทศ-ของจีเอ็มเอ็มไปเรียบร้อยแล้ว 555 แต่เอ...แกรมมี่ก็ถือเป็นประชาชนตาดำ ๆ ที่ต้องทำมาหากินเหมือนกันเนอะ เรานี่อคติจริง ๆ ชอบแบ่งแยกนายทุนกะชาวบ้านอยู่เรื่อย

ด้วยความรู้สึกขำ ๆ ข้างต้น ทำให้ต้องรีบเปิดอ่านเนื้อข่าวทันที ปรากฎว่าเป็นแค่ข่าวสั้นพาราก๊าฟเดียว ไม่กี่สิบบรรทัด ทนายความของบริษัทชี้แจงว่า "ร่างกายของมาช่าถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาทางเธอ" น่าสนใจมาก... กลับมาบ้านเปิดเว็บไซต์ไทยรัฐไม่ยักเจอข่าวนี้ ลองเช็คดูที่ผู้จัดการกับเดลินิวส์ก็ไม่มีประเด็นนี้เลย สงสัยเป็นข่าวเดี่ยวของไทยรัฐ

หากคำพูดของฝ่ายกฎหมายตามรายงานข่าวไทยรัฐเกิดขึ้นจริง การอธิบายอย่างนี้ก็จะยิ่งงง ๆ ปนขำ ๆ ว่า ตกลงมันเป็น "ทรัพย์สินทางปัญญา" หรือ "ทรัพย์สินทางกายา" กันแน่วะ : ) ทำให้นึกถึงสำนวนว่า "ขายของเก่ากิน" ที่หมายถึงขายตัวนั่นละ ใช้ร่างกายเป็นสินค้าไปหาตังค์ (ไม่ได้ว่าเจ๊ช่านะ แค่เปรยเฉย ๆ ) เห็นแล้วให้น้ำลายไหล... น่าเจี๊ยะเสียจริง ๆ

หากถือว่าร่างกายของผู้หญิงเป็นทรัพย์ทางปัญญา แสดงว่าความพยายามประทินโฉม ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ จนทำให้หน้าตาสวยเด้ง หน้าอกอวบอึ๋ม สะโพกกลมมน ท่อนขาเรียวงาม ฯลฯ จนขาว-เซ็กส์-เอ็กซ์ระเบิดอย่างเจ๊ ต้องนับถือว่าเป็นผลงานอันกลั่นกรองจากมันสมองของเธอ ต้องใช้สติปัญญาอย่างสาหัสกว่าจะทำให้โฉมสะคราญได้ขนาดนี้ ไม่ต่างไปจากไมโครซอฟต์เขียนโปรแกรมวินโดว์หรือชุดออฟฟิศให้ชาวโลกได้ใช้งานนั้นละ ถึงได้ขายกันแพงโคตรไง (โปรแกรมนะ อิอิ) จนผู้คนในประเทศโลกที่สามอย่างประเทศเราต้องพึ่งพาพันทิพย์แทน อิอิ ก็เขาอ้างว่ามันผลิตมาจากปัญญานี่ ก็ต้องแพงหน่อยให้สมกับเซลสมองที่ต้องสูญเสียไปในระหว่างคิด ฉะนั้น ถ้าสาวคนไหนปล่อยให้ร่างกายตัวเองโทรมทรุด รูปชั่วตัวดำ ถือว่าเธอไม่ยอมใช้ปัญญาอันจะนำไปสู่ "ทรัพย์สินทางปัญญา" เพื่อเพิ่มมูลค่าของตัวเอง... เหอ เหอ

มาดูอีกเหตุผลที่แกรมมี่ต้องโวย เขาบอกว่า "เป็นการกระทำไม่เคารพต่อศักดิ์ศรี สิทธิ และไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชื่อเสียงของนักร้องสาว ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์สตรีไทยตลอดจนวัฒนธรรม ประเพณี และชื่อเสียงประเทศไทยด้วย" (อ้างจากเดลินิวส์)

มันกระทบต่อภาพลักษณ์สตรีไทยตรงไหน แถมภาพเจ๊คนเดียวยังบานปลายกระทบชื่อเสียงประเทศอีกด้วย (เลือดรักชาติพุ่งปรี๊ด...สำนวนไทยรัฐ) ลองคิดให้ดี? ตรงที่เอาไปปะหน้ากล่องยาปลุกเซ็กส์ใช่ไหมที่แกรมมี่หรือเจ้าตัวเดือดร้อน ส่วนเรื่องภาพหวิว ๆ โชว์เนื้อขาว ๆ เนี่ยะ ไม่เกี่ยวนะ... ไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์สตรีไทยเสื่อมเสียแต่อย่างใด ถ้ามันเสียจริงแกรมมี่คงไม่ยอมให้ถ่ายตั้งแต่แรกแล้ว เพราะฉะนั้นผู้หญิงไทยกับการนุ่งน้อยห่มน้อยมีผ้าปิดนิดหน่อย ชวนให้จินตนาการว่าไม่ใส่อะไรเลย เป็นเรื่องปรกติธรรมดานะจ๊ะ ถือว่าเป็นการแสดงสินค้าอันมาจากภูมิปัญญาของตนเอง แบบ OTOP นั่นแล... (เรียกว่าภูมิปัญญานาผืนน้อย... จะหยาบคายไปไหมเนี่ยะ)

แล้วที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาต้องมายุ่งกับเรื่องภาพลักษณ์ของสตรีไทยด้วย ก็เพราะว่าไอ้บริษัทจีนเนี่ยะไม่ยอมมาทำสัญญาขออนุญาตใช้ภาพเธอ โดยต้อง "จ่ายค่าตัว" ให้กับเธอและบริษัทต้นสังกัดต่างหาก ศักดิ์ศรีของหญิงไทยจึงผันแปรตามการเซ็นต์สัญญา ว่าจะให้แก้ผ้าได้แค่ไหน ลีล่าขนาดไหน ค่าตัวเท่าไหร่ ... ก็บอกแล้วไง ยิ่งสตรีไทยคนนั้นมีทรัพย์ทางกายา... เอ้ย...ไม่ใช่... ทางปัญญามากเท่าไหร่ ศักดิ์ศรีสตรีไทยยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เพราะมันแปรเป็นมูลค่าได้อย่างมหาศาลนั่นเอง

โบราณท่านว่า "นารีมีรูปเป็นทรัพย์" (-สินทางปัญญา... เสียด้วย) ในวงเล็บนี้ปัจจุบันขอเติม เพราะแต่ก่อนยังไม่มีทรัพย์สินประเภทนี้...


edit @ 2005/10/07 06:48:23
edit @ 2005/10/07 06:56:54
edit @ 2005/10/07 10:45:43
edit @ 2005/10/07 15:14:59

สำนักข่าวซินหัวจากจีนแผ่นดินใหญ่ ได้ทำ collection สาวงามแบบไข่ดาว (flat-chest beauties) ไว้ มีใครบ้าง เชิญทัศนา :



Zhang Ziyi




Faye Wong




Gigi Leung




Sammi Cheng




Stefanie Sun




Zhou Xun




Liu Yifei


โชคดีที่น้องพวกนี้ไม่เกิดในยุคเรเนอซองส์หรือสมัยวิคตอเรี่ยน... 555 มิเช่นนั้นคงต้องเอาปี๊บคลุมหัว


ที่มา : ข่าวบันเทิงสำนักข่าวซินหัว



Mr.Golffee
View full profile