thanaitime

มาแล้ว "ตำรวจคอมพิวเตอร์" สนองรัฐเกสตาโป ให้รัฐเข้าถึงระบบดูข้อมูลติดต่อผ่านอินเตอร์เน็ท "ฟอร์เวิร์ดเมลล์โป๊" โทษหนักจำคุก

5 ปี พวกก่อกวนระบบโทษแรงสุดขั้นประหารชีวิต เน็ทคาเฟ่ป่วนแน่ ลูกค้าอาจต้องแสดงตัวก่อนใช้บริการ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้พิจารณาตรวจแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแต่เดิมกระทรวงไอซีทีได้เสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวในชื่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ แต่ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าไม่ชัดเจนและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์และสาระคัญของกฎหมาย ที่ได้กำหนดฐานความผิดสำหรับบุคคลที่กระทำต่อระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยตรง มิได้มุ่งถึงกรณีที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

ทั้งนี้ ในบันทึกหลักการและเหตุผลของการร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ระบุว่า เนื่องในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคัญของการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทำการใด ๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายนข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกำหนเดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว (มีต่อ)


edit @ 2005/05/20 00:25:03

นั่งนอนฟังอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันจันทร์ทั้งวันทั้งคืน ขอบอกว่าสะใจมากกก... พี่สุริยะเน่าสนิททั้งตัว เขาถามช้างพี่แกตอบม้า แต่น่าเสียดายที่กว่าจะอภิปรายจบก็ตั้งตีหนึ่งของอีกวัน น.ส.พ.หลายฉบับที่ขายวันอังคาร (28 มิ.ย.) จึงไม่มีวาทะเด็ดของอภิสิทธิที่อภิปรายสรุป ได้อย่างบาด...สุด ๆ ขอให้หาอ่านแบบคำต่อคำได้เลย

ทำให้คิดเล่น ๆ ว่า ถ้าตัวเองเป็น บ.ก. หนังสือพิมพ์ (บ.ก.คือ "บรรณาธิการ" นะจ๊ะ) จะพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งเช้าวันพุธว่าอย่างไรดีนะ... ถึงจะคู่ควรกับการอภิปรายครั้งนี้ (ดุเดือดเลือดสาด ตายทั้งเป็น ฮา...)

ว่าด้วยการพาดหัวข่าวแล้วถือว่าเป็นศาสตร์และศิลป์ที่สำคัญมากสำหรับน.ส.พ. เพราะว่าฉบับไหนจะขายดี ฉบับไหนจะวางกองไว้ที่แผง รอซาเล้งมาเหมาไป ก็อยู่ตรงที่พาดหัวนี่ละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงที่เรียกว่า พาดหัวไม้

อะไรคือ "พาดหัวไม้" เหรอ? วิธีพิจารณาง่ายสุดคือเอาไม้บรรทัดไปวัดตัวอักษรที่อยู่บนหน้าหนึ่งของน.ส.พ.แต่ละฉบับดู ตัวอักษรของคำหรือประโยคไหนมันใหญ่สุด (ฟ้อนท์ใหญ่สุด) นั่นละ พาดหัวไม้ แน่นอนว่าข่าวที่พาดหัวไม้ต้องมีเพียงหนึ่งเดียว เพราะมันเป็นข่าวสำคัญอันดับหนึ่งของน.ส.พ.ฉบับนั้น ส่วนข่าวที่มีความสำคัญรอง ๆ ลงมา ก็จะใช้ตัวหนังสือพาดหัวของแต่ละเนื้อข่าวลดหลั่นกันไป ว่าแต่... ถ้าสายตายังดีอยู่ คงมองด้วยตาเปล่าเห็นนะ... ไม่ต้องใช้ไม้บรรทัดหรอก

(แต่ทำไมถึงต้องเรียกว่าพาดหัวไม้ ยอมรับว่าไม่รู้จริง ๆ เดี๋ยวจะไปหามาเล่าตอนหลังละกัน)

แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะการพาดหัวนั้นต้องสรรหาคำหรือวลีหรือประโยค ที่สามารถบ่งบอกถึงคอนเซ็ปต์ของเนื้อข่าวได้ตรงประเด็นที่สุด ที่สำคัญมันจะถูกจำกัดด้วย "พื้นที่" เพราะหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์มันมีจำกัด แต่วันหนึ่ง ๆ มีข่าวต้องขึ้นหน้าหนึ่งหลายข่าว ก็ต้องจัดสรรแบ่งปันกันเป็นล๊อค ๆ (ทำอย่างกะแผงจตุจักรเลย) แน่นอนว่าข่าวที่กองบรรณาธิการเห็นว่าสำคัญที่สุดอันดับหนึ่ง จะได้ล๊อคใหญ่สุด และถือว่าจะได้หาดหัวไม้ตามไปแล้ว

เวลาเขาจะพาดหัวนั้น มันไม่ง่ายเหมือนเขียนบล๊อก...ที่พอเปิดมาก็จิ้มดีดเอาเลย (อิอิ) เขาจะต้องดู "เลย์เอ้าท์" ของหน้าหนึ่งประกอบด้วย ฝ่ายจัดหน้าซึ่งรับหน้าที่นี้จะตีตารางแบ่งล๊อกมาเลยว่าข่าวเบอร์หนึ่ง (ที่ต้องพาดหัวไม้) มีพื้นที่ (กว้างคูณยาว) ขนาดไหน ข่าวอันดับสอง อันดับสาม... ได้สัมปทานเนื้อที่ขนาดไหนลดหลั่นกันไปที่สำคัญในแต่ละล๊อคนั้นคนวางเลย์เอ้าท์จะบอกมาเลยว่า จะต้องใช้ตัวอักษรในการพาดหัวได้กี่ตัว หรือพูดแบบง่าย ๆ ว่า "กี่เคาะ" ติ๊ต่างว่า เลย์เอาท์บอกว่าพาดหัวไม้วันนี้นี้ได้ 11 เคาะ ก็หมายถึงคนที่จะพาดหัวต้องจิ้มแป้นพิมพ์ได้ 11 ครั้ง (เคาะ) จบ เลยกว่านั้นไม่ได้ เพราะเดียวจะเลยสัมปทานล้นไปล๊อคอื่น ขาดไปสักตัวก็ไม่ได้เพราะจะมีพื้นที่ว่าง ๆ ดูแล้วไม่สวย... หุหุ

ตรงนี้ละถือเป็นไฮไลท์ในการทำงานของนักข่าวแต่ละวันเลย พอส่งข่าวเข้าโรงพิมพ์เรียบร้อย ก็นั่งลุ้นกันว่า พอน.ส.พ.ออกวางแผงวันรุ่งขึ้น พาดหัวของฉบับไหนจะ "โดน" มากกว่ากัน เพราะมัน "วัดกึ๋น" ของบ.ก.แต่ละฉบับเลย ถ้าฉบับไหนพาดหัวออกมาเฟอะฟะ นักข่าวฉบับนั้นแทบจะหาปี๊บคลุมหัวไม่ทัน :P

ภาคทฤษฎีจบแล้ว ก็มาภาคปฎิบัติที่ค้างไว้ต่อ เอ... จะพาดหัวไม้ข่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไงดี ลองมาฝึกงานเป็น บ.ก. สักวัน อิอิ

ตั้งโจทย์ก่อนครับ... หนึ่ง น.ส.พ.ต้องออกแต่เช้าตรูวันพุธ ซึ่งจะมีการลงมติในตอนสายว่าจะให้ท่านกิน... เอ้ย... เกาะเก้าอี้ต่อไปหรือไม่ (แน่นอนว่าพี่สรยุทธต้องเอาไปอ่านในรายการแกแหง ๆ ถ้าพาดหัว "โดน") สอง แน่นอนว่าส.ส.รัฐบาลจะต้องยกมือไว้วางใจให้พะนะท่าน ตามมติพรรค (ไหนก็ไม่รุ) สาม แต่ขัดกับความรู้สึกของประชาชน ลองเปิดเข้าเว็บบอร์ดดูซิ คนโพสต์ด่าตรึม...

จึงสรุปเป็นคอนเซ็บต์ได้ว่า พะนะท่านจะต้องได้รับความไว้วางใจจากส.ส.ชัวร์ป้าบ เพราะท่าน ส.ส. ทั้งหลายถูกสั่งมาให้ไว้วางใจท่าน อย่าขัดขืนเป็นอย่างอื่น แต่สำหรับชาวบ้านร้านตลาดเขาไม่เอาท่านแล้ว

จากนั้นต้องสรรหาคำให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ข้างบน ซึ่งไอ้คำที่จะใช้พาดหัวควรยึดโยงมาจากเนื้อข่าว หรือดีที่สุดคือ "หยิบคำ" จากเนื้อข่าวมาใช้เลย แต่โอ้โห... แม่ง... พูดกันตั้งแต่สิบโมงเช้ายันตีหนึ่งของอีกวัน... ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของนักข่าว ของบ.ก. แต่ละฉบับ จะคัดสรรคำพูดของใคร แล้วก็ตอนไหนขึ้นมาไฮไลท์ (บอกแล้วว่ามันคือการวัดกึ๋น) ดังนั้นแม้คนอภิปรายจะเป็นคนเดียว แต่ประเด็นที่จะนำมาพาดหัวของน.ส.พ.สามารถแตกต่างกันได้ เพราะน.ส.พ.เมืองไทยไม่ได้รวมหัวกันลงขันจ้าง บ.ก. มาพาดหัวข่าวแค่คนเดียวกัน... อิอิ สิบคนมันก็สิบหัวนั่นละ

สำหรับผมแล้วก็อย่างที่เกริ่นไว้แต่แรกละ ประทับใจพี่มาร์คสุดหล่อตอนจบที่สุด ตรงที่ว่า

ผมเห็นแต่ว่าวันที่มีข่าวว่านักการเมืองไปหากินกับโค
ท่านนายกฯก็เรียกพวกนั้นว่าเป็น เปรต ท่านรัฐมนตรีคงไม่กลัวเปรตหรอกครับ
ระดับท่านต้องเจอระดับหัวหน้าเปรตถึงจะกลัว และเปรตไม่ใช่งานอย่างนี้หรอกครับ
เปรตมันขอแบ่งส่วนบุญกิน ปากมันเท่ารูเข็มเท่านั้นล่ะครับ
นี่ตามพจนานุกรมนะครับ ผมไปเปิดมาแล้ว งานนี้ปอบครับ ไม่ใช่เปรต (มีผู้ประท้วง)
บังเอิญผมก็พูดตามท่านนายกฯนะครับ
ที่จริงที่ผมกราบเรียนใกล้จบแล้วครับ คือที่ผมพูดคำว่าปอบเพื่อจะบอกว่า
บางประเภทมันกินจนหมดสิ้น ไปสิงที่ไหนแล้วกินจนหมดสิ้น
วันนี้บ้านเมืองเรามีวิกฤตเรื่องการทุจริต
มันจะหมดสิ้นเพราะการกินอย่างนี้
คนที่นั่งเป็นรัฐมนตรีจึงจะต้องมีหน้าที่ในการเอาจริงเอาจังปราบปรามกลัวใครไม่ได้ครับ
ใครก็ตามที่คิดว่าใหญ่กว่าท่าน แต่เมื่อท่านมานั่งตรงนี้
ท่านต้องกล้าเผชิญ จะเป็นนายใหญ่ นายหญิง จะเป็นเจ๊ ไม่ได้เด็ดขาดครับ
ต้องปราบให้หมด
และเมื่อท่านแสดงท่าทีชัดเจนว่าท่านไม่ได้ดำเนินการ
นั่นคือเหตุผลที่พวกกระผมไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
ครับ ขอบพระคุณครับ

ชัดเจนแจ้มแจ่งอย่างนี้ บ.ก. (อย่างผม) ต้องให้หัวไม้ว่า "เปรต" อุ้ม "ปอป"

อุอุ... หวังว่าคงบล๊อกนี้คงไม่ถูกปิดแบบเว็บไซต์เมื่อเร็ว ๆ นี้นะ : )



edit @ 2005/06/28 21:05:05
edit @ 2005/06/28 21:05:36

ขออนุญาตนำอีเมล์ที่ forward กันไปมาในแวดวงนักข่าวบ้านเรามาให้อ่านกัน.....

************

Fw: มาเลย์ปิดสื่อทางเน็ต

>===== Original Message From "josoda josoda" =====

เจ้าหน้าที่มาเลย์สั่งปิดสื่ออินเทอร์เน็ต สวนทางคำพูดนายกฯ บาดาวี ให้เปิดใจกว้างรับฟังความเห็น

 

ถึงแม้นายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ อาห์หมัด บาดาวี จะเรียกประชุมหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเคารพต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อ และให้นำเอาความวิจารณ์ต่างๆ ไปเสียงสะท้อนความคิดเห็น แต่ล่าสุดก็มีคำสั่งของเจ้าหน้าที่มาเลเซียสั่งปิดเว็บไซต์ข่าวทางอินเทอร์เน็ต

 

เว็บที่ถูกจัดการล่าสุดนี้ คือ http://brandmalaysia.com ซึ่งได้รับคำสั่งให้จัดการยกเลิการลิงค์เชื่อมโยงไปยังเว็บอื่นๆ เช่นเดียวกับเว็บ http://www.michaelsoosai.org โดยเว็บทั้ง 2 ได้รับอีเมล์แจ้งเตือนจากหน่วยงานสอบสวนอาญชากรรมและสื่อมัลติมีเนียทางอินเทอร์เน ็ต

 

มาร์ค ซัลกิฟี บอกกับทางศูนย์ผู้สื่อข่าวเสรี (CIJ) ของมาเลเซียว่า เขาได้รับคำเตือนที่ระบุว่า อาจจะถูกสอบสวนและตั้งข้อหาเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดความลับของชาติ และอาจมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปีถ้าหากพบว่ามีความผิดจริง

 

สำหรับเว็บไซต์ของซัลกิฟี คือ http://www.michaelsoosai.org ถึงแม้ตอนนี้จะไม่สามารถใช้งานได้แล้ว แต่ก่อนหน้านี้เป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอรายงานของตำรวจและการทำงานของตำรวจ โดยไม่มีเรื่องใดที่ถือว่าเป็นความลับทั้งสิ้น

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ดังกล่าวได้นำเสนอรายงานที่ถูกกล่าวหาว่า อาญชากรได้แสร้งทำเป็นเสียชีวิตโดยได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ ใหญ่ ซึ่งข่าวนี้ได้กลายเป็นข่าวใหญ่พาดหัวในหน้าหนังสือพิมพ์ของมาเลเซีย

************

สรุปประเด็นได้ดังต่อไปนี้ :

1.หากคลิ๊กเข้าไปดูไอ้ที่ถูกสั่งปิดนะ มันก็ blog แบบเราดี ๆ นี่เอง สักวันมันคงลามข้ามเส้นพรมแดน เหาะผ่านสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาถึงเมืองไทย

2.แวดวง blog ของมาเลย์นี่เขาแรงและแกร่งจริง ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าสื่อสารมวลชนกระแสหลักทั้ง น.ส.พ. โทรทัศน์ วิทยุ ตู้เย็น... (เอ้ย...^-^) เป็นเดี้ยงอยู่ใต้อำนาจเผด็จการ

และ

3.อันนี้สำคัญเพราะ "ดูหนังดูละคอน แล้วย้อนดูตัว" อีเมล์ฉบับนี้มาจาก tja หรือ Thai Journalists Association อันเป็นองกรค์วิชาชีพของผู้สื่อข่าว ไม่แน่ใจว่าเขียนขึ้นมาเองทั้งหมด หรือแปลมาจากจดหมายเวียนภาษาอังกฤษ ที่ส่งกันอ่านในหมู่นักข่าวของภูมิภาคนี้ (หรืออาจจะทั่วโลกก็ได้) แต่ที่แน่ ๆ คนเขียนในพากย์ไทยไม่รู้จัก weblog หรือ blog เพราะเขาใช้คำว่า "สื่อทางเน็ท" หรือ "เว็บไซต์" ในเนื้อความ ซึ่งทำให้คนไทยเข้าใจสังคม mass-media ของมาเลย์คลาดเคลื่อน ว่าเขารุนแรงกว่าที่เราคิดขนาดไหน...

เพราะ blog คือ individual หาใช่เป็นองค์กรหรือ news agency ที่ใหญ่โตแบบ หัวเขียว หัวเหลือง หรือน.ส.พ.ออนไลน์ แต่อย่างใด

ณ เวลานี้ข้าพเจ้าขอประกาศว่า the Reporter is Dead เสียแล้ว

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


edit @ 2005/08/26 09:45:49
edit @ 2005/08/26 10:16:30


Mr.Golffee
View full profile