thanaitime

เอารูปสวย ๆ มาฝาก... เป็นภาพประกอบรายงานข่าวการประกวดนางงามในเมืองจีนจากเว็บไซต์ผู้จัดการ เนื้อข่าวว่าอย่างไรอย่าไปสนใจมากนัก เพราะที่จริงก็มีไม่กี่บรรทัด แต่รูปนี้ซิ... ขอให้ เพ่ง เพ่ง เพ่ง (อย่าเครียดมากนะครับ) ให้ดี

อะ... มิใช่ให้มองไอ้ตรงผ้าสามเหลี่ยมสีดำ ที่ปกปิดบั้นท้ายของเธอนะครับ แต่ลองเหลือบแลไปสองข้างจะเห็นยักษ์วัดโพธิ์สองตน... ^_^ ประกบเธออยู่... ใครก็รู้จักนะว่าไอ้สองคนนี้คืออุปรากรจีนที่เรียกว่า "งิ้ว"

ภาพนี้ทำให้นึกถึงการประกวดมิสยูนิเวอร์สในเมืองไทย ที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ ก็ที่พวกเธอไปยืนนุ่งบิกินี่โพสท่าแล้วใช้พระปรางค์วัดอรุณเป็นฉากหลังนั้นละ... บรรดาผู้คนและหนังสือพิมพ์ที่แสนจะหวงแหนในศิลปวัฒนธรรมอันสูงส่ง (แต่ก็ไม่เคยเห็นพวกนี้ตัดผมทรงมหาดไทย นุ่งผ้าม่วง ห่มสไบ ออกมาทำงานกันเลย) โหวกเหวกโวยวายกันยกใหญ่...

"งิ้ว" ถือเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงอย่างหนึ่งของจีน ไม่รู้ว่าที่บ้านเขามีประท้วงอะไรบ้างหรือป่าว ในรายงานข่าวไม่ได้บอกไว้เลย...คนจีนนี่มันไม่รักศิลปวัฒนธรรมประจำชาติของตนเองแบบคนไทยเลยหรือ??? มิน่าละ... จากระบอบจักรพรรดิที่ปกครองมานานเป็นพัน ๆ ปี ต้องกลับกลายเป็นคอมมิวนิสต์ในชั่วเวลาแป๊บเดียว... (แซวแรงไปป่าวเนี่ยะ อิอิ)

ลองคิดดูซิว่า ถ้าเป็นเวทีนางงามในเมืองไทยแล้วไอ้ที่ประกบสองข้างเป็น "โขน" ละ... ข้างหนึ่งเป็นยักษ์อีกข้างหนึ่งเป็นลิง ประกบสาวน้อยที่นุ่งน้อยโชว์โนมเนื้อ... หยิว หยิว... สงสัยเวทีประกวดคงถูกเผาถูกสาบแช่งไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ ๆ

คนไทยยอมม๊ายด้ายยยยย.... เดี๊ยนยอมไม่ได้เด็ดขาดที่จะให้คัลเชอร์อันดีงามของเราถูกทำลาย แต่เรื่องประกวดนางงามมันไม่เกี่ยวกันนะคะ เดี๊ยนเห็นว่าเราต้องแยกแยะ เพราะการประกวดเป็นเรื่องของการยกระดับสถานภาพสตรีไทย และยังเป็นการช่วยสร้างชื่อเสียงของประเทศในระดับโลก หากเดี๊ยนในฐานะนายกสมาคม...... เป็นประธานจัดงานเอง รับรองไม่มีอื้อฉาวหรอกฮ่า ฮ่า ฮ่า


edit @ 2005/08/29 18:28:39

เมื่อหลังเกิดสึนามิในเมืองไทยใหม่ ๆ หลายเว็บไซต์ได้อุทิศเนื้อที่แสดงความไว้อาลัยต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้คนหลายชาติหลากภาษาหลายพันชีวิตที่ต้องถึงจุดจบ จำได้ว่าเคยอ่านเจอในบล๊อคของคุณมาร์ค (หาเรื่องตอนนี้ไม่เจอครับ) ว่า ในช่วงเวลาคับขันเช่นนั้น สื่อสมัยใหม่อย่างอินเตอร์เน็ทน่าจะแสดงบทบาทได้มากกว่านี้ (การไว้อาลัย) คุณมาร์คให้ความเห็นว่า ณ เวลานั้นคนไทยยังใช้อินเตอร์ไม่เต็มศักยภาพ ยังไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะเป็นช่วงที่เหล่าคนรู้จักญาติพี่น้องผู้สูญหายต้องการข้อมูลข่าวสารมากที่สุด และอย่างเร่งด่วนที่สุดด้วย อยู่ไกลกันคนละขอบโลกจะรู้ได้อย่างไรละ ก็มีอินเตอร์เน็ทนี่ละที่ช่วยย่อโลกได้ (ขออภัยนะครับ... โค้ดมาจากความทรงจำ หากผิดพลาดคุณมาร์คช่วยแก้ข่าวด้วย : P )

ผมก็เห็นคล้อยไปด้วย เพราะช่วงนั้นเข้าเว็บไซต์พวกนี้ ตามที่ประกาศไว้ในรายการข่าวต่าง ๆ ว่าเป็นแหล่งรวมข้อมูลผู้สูญหายหรือผู้เสียชีวิต ก็มีการประกาศหาตัวกันให้วุ่นวาย จนทับซ้อนกันไปหมดว่ามีจำนวนกี่คนกันแน่ หรือใครเป็นใครบ้าง บางเว็บอย่าให้พูดเลย เอารูปผู้เสียชีวิตมาขึ้นให้เห็นกันจะจะ ดูแล้วได้อารณณ์แบบหนังสือ "191" หรือ "อาชญากรรม" จังเลย... เข้าใจว่าเป็นความหวังดีที่จะต้องการ identify ผู้เสียชีวิตให้เร็วที่สุด ก่อนสังขารจะย่อยสลาย เพื่อจัดส่งพวกเขากลับไป แต่ในทางตรงข้ามเราเคารพสิทธิในตัวเขาและญาติพี่น้องแค่ไหน

ที่เกริ่นมานี้เพราะประทับใจในคอนเซ็ปต์ของ CNN.com ภายหลังพายุ Katrina เป็นอย่างยิ่งครับ...

ง่าย ๆ ทว่า "เอาอยู่" เลยที่เดียว ไม่รู้ว่าตอนเกิดสึนามิมีใครทำอย่างงี้บ้างหรือเปล่า ถ้ามีแต่ผมหาไม่เจอก็ขอโทษอย่างสูงด้วย... ขอสมาโทษไว้ก่อนเลยนะครับ (ใครทราบเท็จจริงอย่างไรช่วยแจ้งผมให้ตาสว่างบ้างก็ดี) เพราะผมต้องการวิพากษ์บทบาทของสื่อสารมวลชนไทยในช่วงวิกฤตอย่างนี้ (พูดแบบลำลองคือ "ด่า" นะครับ) ว่าแล้วขอตัดมาเข้าเรื่องของบ้านเราเลยนะครับ

*************
ผมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้องค์กรสื่อมวลชนของไทยมันจะดัดจริตกันไปถึงไหน เวลาเกิดภัยพิบัติหลักหนาโดยเฉพาะน้ำท่วมหรือสึนามิที่เพิ่งผ่านไป แม่ง... ต้องแต่งรถเป็นคาราวานออกไป "ซับน้ำตา" ผู้ประสบภัยอยู่เรื่อย ๆ สำหรับหนังสือพิมพ์นั้น เรามักจะชินตากับบทบาทของไทยรัฐหรือเดลินิวส์ ซึ่งนั้นเป็นน.ส.พ.หัวสี (soft news) กลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ชาวบ้านทั่วไป แต่พอมาตอนนี้จะเห็นว่าระดับน.ส.พ.มติชน ที่เป็นสื่อในระดับชนชั้นกลาง เน้นข่าวสารสาระแบบประเทือง "ปัญญา" (hard news) แม่งก็เอากะเขาด้วย หรือเป็นเพราะว่าเวลานี้เขาเป็นบริษัทมติชน (มหาชน) เป็นธุรกิจเต็มรูปแบบเสียแล้ว ก็ต้องมีกิจกรรมสร้างภาพไว้เขียนรายงานเสนอ ก.ล.ต.

ไม่นับรวมทีวีช่องต่าง ๆ ที่กระทำกันมาต่อเนื่องยาวนาน แต่ในอดีตมักจะเป็นแค่ร่วมมือกับองค์กรการกุศลต่าง ๆ จัดรายการพิเศษ แล้วขอแรงดารานักร้องมานั่งรับบริจาคทางโทรศัพท์ แต่เวลานี้แม่งตั้งเป็นศูนย์บัญชาการ ออกคาราวานไปแจกของเอง แล้วก็เอามาทำเป็นข่าวเสียเอง ถ้าเป็นน.ส.พ.ก็ต้องมีภาพคาราวานของตัวเองขึ้นหน้าหนึ่งของตัวเอง ไม่อายกันบ้างเหรอ ทำตัวเป็นข่าวเสียเอง

ผมไม่เห็น CNN สื่อยักษ์ของอเมริกามันทำอะไรอย่างนี้เลย ไปแย่งงานของ "กรมประชาสงเคราะห์" หรือองค์กรการกุศลที่มีอยู่เยอะแยะทำไม หน้าที่ของสื่อสารมวลชนคืออะไร!!! ถ้าไม่ไปแจกผ้าห่ม ไปแจกปลากระป๋อง มาม่า ฯลฯ แล้วจะถูกหาว่าไม่มีส่วนช่วยเหลือสังคมหรือ?

ผู้บริหารองค์กรสื่อทั้งหลายกรุณาใช้ปัญญาให้มากกว่านี้เถิด ดูอย่าง CNN safe list นั่นปะไร เขาทำอย่างใช้ปัญญา โดยไม่ลืมสถานะทางสังคมของตัวเอง จริงจังขนาดตั้งโต๊ะข่าว Hurricane Victims Desk ขึ้นมาจัดการกับข้อมูลพวกนี้ แถมมีระบบเสิร์ชข้อมูลให้เสร็จสรรพ ทันสมัยสมยุค meta data จริง ๆ

น่าเป็นห่วงสื่อสารมวลชนในยุคนี้ ถ้าไม่ใช้ปัญญาก็ต้องเป็นลูกไล่ทักษิณอยู่ร่ำไป แต่โดยเล่นมุขแบบโง่ ๆ โชว์ป้ายนิดหน่อย ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แค่เกมง่าย ๆ ก็ถูกเขาปั่นหัวเอาแล้ว

edit @ 2005/09/11 16:44:10

ในที่สุด "สื่อแบบเก่า" กำลังจะถึงทางตันเสียแล้ว เมื่อองค์กรบริหารเป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหุ้น ก็ชอบธรรมแล้วที่ "อากู๋" จะเข้าฮุบกิจการ เพราะนี้คือเกมของทุนนิยม ไม่ได้มีใครบังคับให้ทั้งมติชนและบางกอกโพสต์เล่นเกมนี้เสียหน่อย (รายละเอียด)

ดูอย่างไทยรัฐปะไร... ใครจะทำอะไรได้ในเมื่อยังคงสภาพความเป็น "ครอบครัว" มากกว่า "มหาชน"

เวลานี้ "ปฏิรูปสื่อ" กำลังเป็นที่พูดถึงในแวดวง ทั้งจากตัวสมาคมวิชาชีพ องค์กรเอกชน ภาควิชาการ หรือแม้แต่ฝ่ายการเมือง แต่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปยัง "สื่อแบบเก่า" เท่านั้น จะมีบ้างที่พูดถึง "วิทยุชุมชน" ซึ่งเป็นปรากฎการณ์อันสำคัญในปัจจุบัน (เพิ่มเติม)

เวลานี้เรามี "วิกิพีเดียไทย" แล้ว... ให้เสรีภาพทุกคนในการเขียน แก้ไข ปรับแต่งสารานุกรมด้วยตนเอง การจัดทำสารานุกรมไม่จำเป็นต้องขึ้นกับผู้เชี่ยวชาญพิเศษหรือคณะผู้ทรงคุณวุฒิแต่อย่างใด แต่ "วิกิไทยนิวส์" ยังว่างอยู่... เมื่ออำนาจในการทำข่าวขึ้นกับบางกลุ่มคนหรือบางองค์กร การเข้าจู่โจมครอบครองจึงง่ายดายเพียงแค่ตวัดปากกา เซ็นต์ขอกู้เงินมาไล่ซื้อหุ้นแบบจับเสือมือเปล่า ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดเสรีให้การทำงานข่าวมาสู่สามัญชน (หรือ-มหาชน-ที่มิใช่นิยามในแบบตลาดหลักทรัพย์?) มิต้องขึ้นกับผู้เชี่ยวชาญเช่น "นักข่าว" "หัวหน้าข่าว" หรือ "บรรณาธิการข่าว" อีกต่อไป

ผมจินตนาการหรือฝันเฟื่องไปหรือเปล่า แต่เราต้องสร้าง "สื่อแบบใหม่" (มิใช่ใหม่แค่รูปแบบ แต่ต้องใหม่ที่คอนเซ็ปด้วย) มาเพื่อแบ่งพื้นที่ในสังคมข้อมูลข่าวสารของบ้านเราเสียแล้ว ในใจผมอยากจะสร้างวิกิไทยนิวส์ให้เป็นรูปธรรม แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร? แล้วใครละจะร่วมถากถางเส้นทางใหม่นี้บ้าง?

ขอโยนหินถามทางตรงนี้ก็แล้วกัน

edit @ 2005/09/14 14:38:22


Mr.Golffee
View full profile